ดันกะพงขาวขึ้นห้าง

179

ดัน “กะพงขาว” เข้าโมเดิร์นเทรด พร้อมเปิดบ้านจัดงาน “ชาตินิยม กะพงไทย”

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด – 19 ได้ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ตามปกติ อีกทั้ง ยังประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำอีกด้วย กรมประมงจึงได้วางมาตรการเพื่อช่วยกระตุ้นและส่งเสริมการบริโภคสัตว์น้ำภายในประเทศ โดยได้จับมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ของกระทรวงพาณิชย์ อาทิ กรมการค้าภายใน และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด และภาคเอกชน เป็นต้น เพื่อเชื่อมโยงตลาดในการกระจายผลผลิตปลากะพงขาวเข้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรด

นายถาวร จิระโสภณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด – 19 ส่งผลให้ร้านค้า ภัตตาคาร และโรงแรม หยุดการสั่งซื้อ รวมถึงการจำหน่ายสินค้าประมงให้ผู้บริโภคในประเทศก็ลดลงอย่างฉับพลัน จากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ตามปกติ ทำให้มีปลากะพงขาวขนาดใหญ่ตั้งแต่  3 – 6 กิโลกรัม/ตัว ตกค้างในระบบการเลี้ยงเป็นจำนวนมาก และยังประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำอีกด้วย

กรมประมงตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้จัดการประชุมร่วมกับผู้แทนเกษตรกร ผู้แทนภาคเอกชน และหน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนรับมือการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยหารือถึงความเป็นไปได้ในการเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าปลากะพงขาวไปยังตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ หรือ โมเดิร์นเทรด อาทิ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) (แม็คโคร) บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (เทสโก้ โลตัส) บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด (ท็อปส์ มาร์เก็ต) รวมถึงสมาคมภัตตาคารไทย เป็นต้น ซึ่งมีศักยภาพในการรองรับผลผลิตของเกษตรกรได้เป็นอย่างดี โดยมีจุดจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ที่ใกล้กับฟาร์มเพาะเลี้ยงของเกษตรกร ทำให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรมเหมาะสมกับสภาพต้นทุน อีกทั้ง ยังเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อได้ง่ายอีกด้วย ทั้งนี้ จากการหารือในเบื้องต้นภาคเอกชนยินดีให้ความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเป็นอย่างดี โดยกรมประมงจะเร่งจัดทำข้อมูลวิชาการ และคุณค่าทางโภชนาการของปลากะพงขาว เพื่อช่วยกระตุ้นและส่งเสริมการบริโภคปลากะพงขาว ภายในประเทศอีกทางหนึ่ง

รองอธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมากรมประมงได้เปิดระบบการสั่งจองสินค้าสัตว์น้ำออนไลน์ เพื่อเพิ่มช่องทางการกระจายผลผลิต ภายใต้ชื่อ “Fisheries Shop” ช่วยอำนวยความสะดวกให้เกษตรกร ใช้เป็นเครื่องมือในการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำที่มีความสด สะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐาน จากเกษตรกรไปสู่ผู้บริโภคโดยตรงได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจทั้งในเรื่องคุณภาพและราคาของสินค้า ล่าสุดพบว่ามีเกษตรกรเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าผ่าน “Fisheries Shop” แล้วกว่า 273 ราย ปรากฏว่า ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี มีลูกค้าสนใจสั่งจองและซื้อสินค้าจำนวนมาก

และในเร็ว ๆ นี้ กรมประมงเตรียมเปิดบ้านจัดงาน “ชาตินิยม กะพงไทย” (Seabass Fair) ครั้งที่ 2 เพื่อจำหน่ายปลากะพงขาวคุณภาพดี สด สะอาด ไร้สารตกค้าง ราคาถูก และผลิตภัณฑ์ปลากะพงขาว ในระหว่างวันที่ 8 – 9 กันยายน 2563 บริเวณลานหน้าอาคารสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด กรุงเทพฯ กรมประมง ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดการจัดงานดังกล่าวได้ที่ https://coastalaqua.fisheries.go.th/preorder/ อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการแก้ปัญหาในระยะยาว กรมประมงจึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านปลากะพงขาว พ.ศ. 2563 – 2565 ขึ้น สำหรับเป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพการผลิตตลอดสายการผลิต และการตลาด รวมทั้งจะสนับสนุนข้อมูลวิชาการเพื่อผลักดันปลากะพงยักษ์ให้ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าและเป็นเครื่องมือทางการตลาดต่อไปในอนาคต รองอธิบดีกรมประมงกล่าว

กรมประมง ข่าว