ปลูกจิงจูฉ่ายยังไงให้รอด ฉบับมือใหม่

25

ปลูกจิงจูฉ่ายยังไงให้รอด ฉบับมือใหม่

จิงจูฉ่ายมีลักษณะเป็นไม้พุ่มล้มลุกขนาดเล็ก มีรากหรือเหง้าขนาดใหญ่กระจายเป็นวงกว้าง แตกกิ่งก้าน  เป็นกอคล้ายใบบัวบก เนื้อใบหนาสีเขียวคล้ายขึ้นฉ่าย มีกลิ่นหอม รสชาติขมเล็กน้อย

การขยายพันธุ์สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้

  1. การเพาะเมล็ด โดยหว่าน หรือ หยอดเมล็ดที่เตรียมไว้ในภาชนะปลูก นำฟางคลุมหน้าดินเพื่อรักษาความชื้น รดน้ำทุกเช้า-เย็น เมื่อต้นกล้ามีอายุ 20-25 วัน สามารถย้ายลงในแปลงปลูกได้ทันที
  2. การปักชำ สามารถทำได้โดยการเลือกกิ่งที่แก่แล้ว หรือใช้ต้นเก่าที่มีอยู่ไปชำในถุงเพาะ วางไว้ในที่ร่มมีแสงแดดรำไร การดูแลให้น้ำเช่นเดียวกับการเพาะเมล็ด เมื่อรากสมบูรณ์แล้วก็สามารถย้ายลงไปปลูกในกระถาง   หรือในแปลงได้
  3. การแยกต้นหรือแยกกอ วิธีนี้สามารถทำได้ง่ายโดยเลือกต้นพันธุ์เก่าที่มีการเจริญเติบโตดี ต้นไม่เหี่ยว แยกกอออกมาจากต้นเดิมโดยให้มีรากติดมาด้วย สามารถนำไปชำในถุงชำเพื่อให้รากโตเต็มที่ก่อนหรือนำปลูก       ลงแปลงเลยก็ได้เช่นกัน

การเตรียมดินและการปลูก

  • การปลูกจิงจูฉ่ายสามารถทำได้ทั้งในกระถางและในแปลง โดยควรเลือกปลูกในพื้นที่ที่มีดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี และ ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำขัง สำหรับการปลูกในแปลงให้เริ่มจากเตรียมดินด้วยการไถพรวนและยกแปลงปลูกขึ้นประมาณ 10 ซม. เพื่อป้องกันปัญหาน้ำขังที่โคนต้น
  • ขุดหลุมปลูกให้มีขนาดพอประมาณ รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกจากนั้นจึงนำต้นพันธุ์ที่เตรียมไว้ลงปลูกและคลุมดินด้วยแกลบหยาบเพื่อรักษาความชื้นในดิน ในพื้นที่ 1 ไร่ สามารถปลูกจิงจูฉ่ายได้ประมาณ 20 แถว โดยใช้ต้นพันธุ์ประมาณ 900 – 1,000 ต้น
  • หากปลูกจำนวนมากแนะนำให้มีการกางสแลนเพื่อป้องกันแดดและฝน แม้ว่าจิงจูฉ่ายจะชอบแดด แต่หากได้รับแสงแดดจัดทั้งวันก็อาจทำให้ต้นหรือใบเหี่ยวได้ ดังนั้นการปลูกไว้ใต้สแลนที่สามารถกรองแสงได้ส่วนหนึ่งจะช่วยให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพดี ดูสดใหม่มากขึ้น

การดูแลรักษา

สำหรับการดูแลนั้นทำได้ไม่ยาก เพียงให้น้ำวันละ 1-2 ครั้ง ในช่วงเช้า-เย็น ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ เนื่องจากผักชนิดนี้ชอบที่ชื้นแต่ไม่แฉะ ดังนั้นในการให้น้ำไม่จำเป็นต้องให้จนชุ่มเพียงแค่ให้ดินมีความชื้นและมีน้ำคอยหล่อเลี้ยงต้นก็เพียงพอ

แต่ถึงอย่างนั้นในช่วงแรกที่ต้นยังมีขนาดเล็กอยู่ควรมีการดูแลเป็นพิเศษ โดยการจัดการวัชพืชและให้ปุ๋ยสัปดาห์ละครั้ง เมื่อต้นเริ่มโตแล้วสามารถเลือกใส่ได้ทั้งปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก รวมไปถึงหัวเชื้อ EM โดยให้ 1 ครั้ง/เดือน หรือเมื่อเห็นว่าต้นเริ่มแตกยอดใหม่ช้า เพื่อบำรุงให้ต้นมีก้านอวบ ใบใหญ่ และแตกกิ่งได้มาก

การเก็บเกี่ยว

หลังจากนำลงแปลงปลูกประมาณ 3 – 4 สัปดาห์ จิงจูฉ่ายจะเริ่มโตพอที่จะตัดยอดได้ โดยให้ตัดยอดจนเหลือโคนไว้ประมาณหนึ่งคืบ ทิ้งไว้และดูแลเหมือนปกติ ใช้เวลา 1 เดือน ยอดที่แตกออกมาใหม่ก็พร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยวอีกครั้ง

ทั้งนี้ เพื่อให้มีผลผลิตเก็บเกี่ยวตลอดทั้งปี จึงควรแบ่งพื้นที่ตามรอบการปลูก และ ทยอยเก็บเกี่ยวทีละแปลง และเพื่อให้ต้นมีผลผลิตเพิ่มขึ้นควรตัดแต่งกิ่งที่แก่ หรือ กิ่งที่ไม่ได้เก็บเกี่ยวบ่อย ๆ เพื่อให้ต้นแตกยอด และ แผ่กิ่งออกมามากขึ้น

ซึ่งในหนึ่งรอบการปลูกจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มากกว่า 10 ครั้ง และเมื่อต้นเริ่มโทรมแตกยอดใหม่ช้า หรือเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1-2 ปี ให้ทำการรื้อแปลงและทำการปลูกใหม่ โดยสามารถขยายพันธุ์ได้จากต้นพันธุ์เก่าที่ปลูกไว้ หรือเก็บผลที่ได้จากต้นที่มีอายุมากกว่า 1 ปี มาเพาะเมล็ดเป็นกล้าพันธุ์ต่อไป