กรมส่งเสริมการเกษตร ชวนวิสาหกิจชุมชนทั่วไทย เร่งต่อทะเบียนปี 2569 ตอกย้ำความพร้อมรับการสนับสนุนจากภาครัฐ

กรมส่งเสริมการเกษตร เชิญชวนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ เร่งดำเนินการ “ต่อทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ประจำปี 2569” เพื่อรักษาสถานภาพทางกฎหมาย และสิทธิประโยชน์ในการขอรับความช่วยเหลือ แหล่งเงินทุน และการส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรเปิดให้ดำเนินการยื่นขอต่อทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มกราคม 2569 ซึ่งสามารถทำได้สะดวกผ่าน 2 ช่องทางหลัก ดังนี้
1. ช่องทางออนไลน์ กรณีต่อผ่าน E-form : สามารถบันทึกข้อมูลต่อทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ได้ทันที กรณีลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ : เข้าไปที่ https://smce.doae.go.th เพื่อเพิ่มสิทธิ์จัดการฯ และดำเนินการต่อทะเบียน พร้อมแนบสำเนาเอกสารสำคัญ เช่น ท.ว.ช. 2, บันทึกแจ้งความ (กรณี ท.ว.ช. 2 สูญหาย), หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี) และข้อบังคับสมาชิกหรือข้อตกลงร่วมกันของสมาชิก
2. ยื่นที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ให้ยื่นแบบคำขอ สวช.03 พร้อมหลักฐานประกอบ ได้แก่ หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน (ท.ว.ช. 2) เอกสารแสดงการดำเนินกิจการ (ท.ว.ช. 3) บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นแบบหนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำแทน) บันทึกแจ้งความ (กรณี ท.ว.ช. 2 หรือ ท.ว.ช. 3 สูญหาย)ข้อบังคับหรือข้อตกลงร่วมกันของสมาชิก แผนประกอบการ และผลการดำเนินงานที่ผ่านมา



อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า การต่อทะเบียนวิสาหกิจชุมชนในทุกปีมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นเงื่อนไขหลักในการได้รับความช่วยเหลือและส่งเสริมในด้านต่างๆ โดยวิสาหกิจชุมชนที่ดำเนินการต่อทะเบียนตามกำหนด จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่สำคัญถึง 7 ด้าน ประกอบด้วย
- การได้รับการรับรองตามกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ
- การประเมินศักยภาพและพัฒนา ตามแผนความต้องการพัฒนากิจการที่ตรงจุด
- การ Upskill และ Reskill ผ่านการอบรมหลักสูตรพัฒนาธุรกิจที่ทันสมัย
- การสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าและขีดความสามารถทางการแข่งขัน
- การเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ตามนโยบายการช่วยเหลือจากภาครัฐ
- โอกาสในตลาดภาครัฐ สามารถเข้าถึงช่องทางการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้
- สิทธิประโยชน์ทางภาษีและค่าธรรมเนียม ทั้งการลดค่าธรรมเนียมจดแจ้งเครื่องสำอางและอาหารจาก อย.
การต่อทะเบียนวิสาหกิจชุมชนเป็นหน้าที่สำคัญที่ต้องดำเนินการทุกปี เพื่อปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐสามารถวางแผนส่งเสริมได้อย่างตรงจุด หากวิสาหกิจชุมชนใดที่ไม่แจ้งความประสงค์จะดำเนินกิจการต่อ เป็นเวลา 2 ปีติดต่อกัน จะถูกเพิกถอนทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน จึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการรีบดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยวิสาหกิจชุมชนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน และกองส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน กรมส่งเสริมการเกษตร





กรมส่งเสริมการเกษตร






