กรมวิชาการเกษตร ขยายการรับรองสินค้าเกษตร

9

กรมวิชาการเกษตร ขยายการรับรองสินค้าเกษตรปลอดภัยมูลค่าสูงและพืชผักอินทรีย์บนพื้นที่สูง จับมือสหกรณ์-วิสาหกิจชุมชน ลดการเผา แก้ PM2.5 อย่างยั่งยืน

กรมวิชาการเกษตรเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรบนพื้นที่สูงอย่างเป็นระบบ ขยายการรับรองสินค้าเกษตรปลอดภัยและพืชผักอินทรีย์มูลค่าสูง บูรณาการความร่วมมือกับสหกรณ์การเกษตรและวิสาหกิจชุมชนภูทับเบิก ควบคู่มาตรการลดการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร มุ่งแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 เพิ่มรายได้เกษตรกร และยกระดับการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

วันที่ 21 มกราคม 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ลงพื้นที่ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและพืชผักอินทรีย์บนพื้นที่สูง พร้อมขับเคลื่อนนโยบายการขยายการรับรองสินค้าเกษตรปลอดภัยมูลค่าสูงและพืชผักอินทรีย์ โดยบูรณาการความร่วมมือกับสหกรณ์การเกษตรและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ ควบคู่มาตรการลดการเผาและการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในภาคเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า การพัฒนาเกษตรบนพื้นที่สูงจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กันทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน โดยกรมวิชาการเกษตรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการปลูกพืชทดแทนและพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงที่เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อทดแทนการทำเกษตรเชิงเดี่ยว และลดการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหา PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือและพื้นที่สูง

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้ติดตามกระบวนการผลิตผักปลอดภัยตั้งแต่การคัดตัดแต่งผลผลิต การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว รับฟังสถานการณ์ด้านการผลิตและการตลาด ตลอดจนการดำเนินงานด้านการรับรองมาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์ เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า เพิ่มมูลค่า และสร้างทางเลือกให้เกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยนระบบการผลิตไปสู่รูปแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ยังได้พบปะและรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนเกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่ 4 กลุ่ม ได้แก่ สหกรณ์ผักปลอดภัยภูทับเบิก กลุ่มเกษตรกรปลูกผักอินทรีย์บ้านป่ายาบพัฒนา กกสะทอน กลุ่มเกษตรกรอินทรีย์บ้านหมากแข้ง และกลุ่มเกษตรกร GAP บ้านหมากแข้ง ซึ่งสะท้อนถึงปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาการผลิตผักปลอดภัยให้ได้มาตรฐาน ควบคู่กับการลดการเผาและการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรอย่างเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและฝุ่น PM2.5

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรยังได้ตรวจเยี่ยมแปลงต้นแบบบ้านนาสะอุ้ง หมู่ที่ 17 ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นแปลงผลิตพืชในระบบฟื้นฟูและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกาแฟ บนพื้นที่ 2 ไร่ ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,046 เมตร โดยปลูกพืชผสมผสาน ได้แก่ กาแฟอะราบิกา อะโวคาโด และมะคาเดเมีย เป็นตัวอย่างการปลูกพืชทดแทนบนพื้นที่สูงที่ช่วยใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดความจำเป็นในการเผา และเป็นต้นแบบการต่อยอด “ภูทับเบิกโมเดล” สู่พื้นที่ใกล้เคียง

พร้อมกันนี้ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการและผลิตภัณฑ์กาแฟพรีเมียม กาแฟอัตลักษณ์จากเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งสะท้อนผลสำเร็จของการพัฒนาระบบการผลิตที่เชื่อมโยงตั้งแต่การปลูก การรับรองมาตรฐาน ไปจนถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรบนพื้นที่สูง และมอบนโยบายรวมถึงแนวทางการปฏิบัติงานแก่คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 2 และหน่วยงานเครือข่าย โดยเน้นการนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้ของกรมวิชาการเกษตรมาใช้สนับสนุนการปรับเปลี่ยนระบบการผลิต ลดการเผาในภาคเกษตร แก้ไขปัญหา PM2.5 อย่างยั่งยืน และยกระดับเกษตรปลอดภัยมูลค่าสูงตามแนวคิด “ตลาดนำการวิจัย”

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาสินค้าเกษตรปลอดภัยบนพื้นที่สูง ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม สร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้เกษตรกร และตอบโจทย์การแก้ไขปัญหา PM2.5 ในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม

กรมวิชาการเกษตร