กรมวิชาการเกษตรลุยปราบ “สารเถื่อนออนไลน์” จับร้านค้าขายวัตถุอันตรายผิดกฎหมาย คุ้มครองเกษตรกร–ผู้บริโภค

กรมวิชาการเกษตรเดินหน้าคุมเข้ม ปราบปรามการลักลอบจำหน่ายวัตถุอันตรายทางการเกษตรผิดกฎหมาย ผ่านช่องทางออนไลน์ ล่าสุดบุกจับร้านค้าในจังหวัดสุพรรณบุรี พบสารเคมีกำจัดศัตรูพืชไม่ได้ขึ้นทะเบียน 16 รายการ ยึดของกลางมูลค่ากว่า 140,000 บาท ย้ำผู้ฝ่าฝืนกฎหมายดำเนินคดีเด็ดขาด

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อปราบปรามการลักลอบจำหน่ายสินค้าเกษตรและวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อคุ้มครองเกษตรกรจากความเสี่ยงในการใช้สารเคมีที่ไม่ได้มาตรฐาน ลดความเสียหายต่อผลผลิตและต้นทุนการผลิต ตลอดจนสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหา “สินค้าเถื่อน–สารเถื่อน” อย่างจริงจัง เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค รักษามาตรฐานสินค้าเกษตรของไทย และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรของประเทศในระยะยาว พร้อมย้ำว่า การซื้อขายวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ไม่ว่าผ่านช่องทางใด ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย และจะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด



ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตร กรมวิชาการเกษตร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง เข้าตรวจค้นและจับกุมร้านค้าออนไลน์แห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบจำหน่ายวัตถุอันตรายทางการเกษตรชนิดที่ 3 ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายที่กฎหมายกำหนดให้ต้องขึ้นทะเบียนและได้รับอนุญาตก่อนจำหน่าย ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนจำนวน 16 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 140,000 บาท โดยของกลางส่วนใหญ่เป็นสารเคมีกำจัดแมลง อาทิ คาร์โบซัลแฟน ไตรอะโซฟอส อิมิดาโคลพริด อะเซทรามีพริด คลอร์ฟีนาเพอร์ คลอแรนทรานิลิโพรล และบูโพรเฟซิน เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดและอายัดของกลางทั้งหมด พร้อมส่งตัวอย่างไปตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายต่อไป



กรมวิชาการเกษตร






