อธิบดีนิรันดร์ สั่งเตรียมพร้อมสหกรณ์รับมือน้ำมันแพง วางมาตรการระยะยาวมุ่งเป้า”พลังงานสะอาด”แทนน้ำมัน

“อธิบดีนิรันดร์”สั่งเตรียมพร้อมสหกรณ์ทั่วประเทศรับมือน้ำมันแพง เหตุทำต้นทุนการผลิตพุ่ง พร้อมวางมาตรการระยะยาวทุกสหกรณ์หันมาเน้นพลังงานสะอาด ผู้บริหารสหกรณ์โอดราคาน้ำมันทำต้นทุนผลิตทุกอย่างเพิ่ม
ผลพวงน้ำมันขึ้นราคาส่งผลกระทบไปทั่วทุกหย่อมหญ้าไม่เว้นแม้กระทั่งสหกรณ์ โดยเฉพาะสหกรณ์การเกษตรกว่า 3,193 แห่งทั่วประเทศ ที่มีสมาชิกเป็นเกษตรกรกว่า 5.97 ล้านคน ต่างได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า

ล่าสุด นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ออกมาเผยถึงแนวทางการช่วยเหลือสหกรณ์และเกษตรกรสมาชิกทั่วประเทศที่มีกระทบจากผลพวงน้ำมันขึ้นราคา หลังมีการสำรวจน้ำมันสำรองในปั๊มน้ำมันสหกรณ์กว่า 600 ปั๊มทั่วประเทศ ล่าสุดพบว่ามีน้ำมันสำรองอยู่ประมาณ 61 ล้านลิตร (ณ วันที่ 27 มี.ค.69) ซึ่งสามารถช่วยแก้ปัญหาการดำเนินกิจกรรมของสหกรณ์และสมาชิกยืนไปได้ในระยะหนึ่ง ส่วนในระยะยาวนั้นจะต้องปรับเปลี่ยนเครื่องจักรกลอุปกรณ์การผลิตต่าง ๆ หันมาใช้พลังงานสะอาด อาทิ โซล่าร์ลูฟ โซลล่าร์เซลล์ หรือโซล่าร์ฟาร์มแทนน้ำมัน
“เราจะช่วยหลือสหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์ให้มากที่สุดเป็นเป้าหมายแรก จากการสำรวจน้ำมันสำรองของปั๊มน้ำมันสหกรณ์ทั่วประเทศ เมื่อวันศุกร์ 27 มีนาคมที่ผ่านมาที่มีอยู่ 600 กว่าปั๊ม พบว่ามีน้ำมันสำรองประมาณ 61 ล้านลิตรใช้เติมอุปกรณ์เครื่องจักรกลการเกษตรใช้ได้ระยะหนึ่ง ส่วนมาตรการอื่น ๆ ตามมา อีก 3-4 มาตรการในการช่วยเหลือสมาชิกก็จะทยอยออกมา เช่นแก้หนี้ แก้ต้นทุนการผลิตและในอนาคตก็จะมุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาดอย่างเต็มศักยภาพ เช่นการใช้โซล่าร์ลูป โซล่าร์ฟาร์ม โซล่าร์เซล ซึ่งบางสหกรณ์เริ่มใช้มาระยะหนึ่งแล้วช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเพื่อลดผลกระทบจากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ” นายนิรันดร์เผย






อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าวด้วยว่าอย่างไรก็ตามยังต้องรอฟังมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลจะนำออกมาประกาศใช้เพื่อให้การดำเนินงานด้านนโยบายเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งขณะนี้กรมฯได้ประสานกับกระทรวงพลังงานฯอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้น้ำมันขาดแคลนโดยเฉพาะปั๊มน้ำมันของสหกรณ์
“ในอนาคตเราจะมุ่งเน้นไปที่พลังงานสะอาดมากขึ้นเพื่อใช้กับเครื่องจักรกลทางการเกษตรต่าง ๆ ทดแทนการใช้น้ำมัน ทั้งยังเป็นการเตรียมตัวรับมือในระยะยาว ที่จริงเราได้เริ่มเดินเรื่องนี้มาปีสองปีแล้ว เพียงแต่อาจจะยังไม่ได้จริงจังมากนัก”นายนิรันดร์กล่าวย้ำ
สหกรณ์โคนมการเกษตรไชยปราการ จำกัด อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีปั๊มน้ำมันของตัวเองให้บริการแก่สมาชิก โดยนายวิเชียร สันกาวี ประธานกรรมการสหกรณ์โคนมฯยอมรับว่า หลังจากน้ำมันขึ้นราคาปั๊มก็ได้งดให้บริการแก่สมาชิก โดยนำน้ำมันทั้งหมดมาใช้ในกิจการของสหกรณ์อย่างเดียว เนื่องจากไม่สามารถรู้ได้ว่าอนาคตน้ำมันจะมีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางใด
“น้ำมันของปั๊มสหกรณ์ตอนนี้งดให้บริการแก่สมาชิกชั่วคราว เพราะเราต้องสำรองเอาไว้ใช้สำหรับกิจการของสหกรณ์ก่อน เพราะการขนส่งน้ำนมดิบต้องส่งทุกวันจะขาดช่วงไม่ได้” ประธานกรรมการสหกรณ์โคนมการเกษตรไชยปราการ จำกัด เผย
ขณะที่นางสาวสายฝน แสงใส ผู้จัดการสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด อ.หางดง จ.เชียงใหม่ กล่าวยอมรับเช่นกันว่า ผลพวงจากน้ำมันขึ้นราคาส่งผลกระทบต่อต้นทุนการเลี้ยงไก่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ขณะนี้สหกรณ์ยังไม่ขยับขึ้นราคา ต้องการตรึงราคาไข่เดิมไว้ให้นานที่สุดเพื่อลูกค้าผู้บริโภค
“ไข่คละไซส์ ตอนนี้ยังขายอยู่ที่ราคาเดิม 3.20 บาท/ฟอง พยายามดันให้ได้ราคาใหม่ตามประกาศของเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ทั่วประเทศที่ 3.60 บาท/ฟอง แต่ก็สงสารผู้บริโภค ราคาบางทีถึงแม้ขยับได้ เราก็ต้องดูผู้บริโภคด้วย บางคนมีรายได้รายวัน ๆ ละ 300 เขาจะอยู่กันยังไง จึงยังคงยืนราคาเดิมเท่าที่ไหว เพราะต้นทุนอาหารสัตว์สำเร็จรูปตอนนี้ก็ขึ้นไปแล้วกระสอบละ 6.30 บาท กระสอบละ 30 กิโล เพราะน้ำมันเป็นจุดแรก พอราคาขยับทุกอย่างก็ขยับตามหมดเลย” ผู้จัดการสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัดระบุ
ด้านนายธนภัทร จ่าวินัจ ผู้จัดการสหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคการเกษตรตราด จำกัด อ.เขาสมิง จ.ตราด กล่าวถึงผลกระทบสถานการณ์ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นว่าได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน โดยเฉพาะค่าขนส่ง หลังได้รับแจ้งประกาศขึ้นค่าขนส่งแล้ว 15 % ยิ่งปีนี้สหกรณ์จะมาเน้นการนำผลผลิตทุเรียน เงาะ มังคุดจำหน่ายภายในประเทศเป็นหลักด้วยจะมีผลต่อราคาผลผลิตอย่างแน่นอน
“ตอนนี้ภาพรวมสหกรณ์เองสมาชิกส่วนใหญ่ใช้น้ำมันในการขนส่งผลไม้ เงินที่ใช้ต้องมาสต๊อคน้ำมันไว้ด้วยบางส่วน ถ้าน้ำมันขึ้นอีกรอบแย่เลย ยิ่งค่าใช้จ่ายตอนนี้สูงขึ้นทุกตัว ไม่ว่าค่าแรงงาน ค่าขนส่งผลผลิตจากแปลง ไปศูนย์กระจายสินค้า ก็ยิ่งทำให้ราคาผลไม้สูงขึ้นตามไปด้วย”
นายธนภัทรยังฝากถึงรัฐบาลให้มาช่วยเหลือเยียวยากลุ่มสหกรณ์และเกษตรกรสมาชิกหลังราคาน้ำมันไม่มีท่าทีจะลดลง โดยเฉพาะต้นทุนการผลิต ทั้งค่าปุ๋ยค่ายา ค่าขนส่ง ค่าแรงงาน เนื่องจากสหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกรเป็นองค์กรเดียวที่ช่วยเหลือเกษตรกรและเป็นกลไกในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรของประเทศ หากสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรล่มสลาย ภาคการเกษตรของประเทศก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน
“ผมอยากไปยังรัฐบาลให้ดูแลระบบสหกรณ์ เพราะว่าสหกรณ์เป็นตัวขับเคลื่อนระบบเกษตรประเทศไทยไม่ว่าเรื่องการผลิตหรือการตลาด ผมว่าสหกรณ์เรามีโครงสร้างครบวงจรหมดแล้ว มีอยู่ทุกจังหวัดทุกอำเภอ ไม่ต้องมานั่งสร้างใหม่ ต้องเสียงบประมาณเพิ่ม” ผู้จัดการสหกรณ์ฯคนเดิมกล่าวย้ำ











กรมส่งเสริมสหกรณ์






