กรมปศุสัตว์ก้าวสู่ปีที่ 84 เปิดตัว “DLD e-Tracking”

2

กรมปศุสัตว์ก้าวสู่ปีที่ 84 เปิดตัว “DLD e-Tracking” หนุนเกษตรดิจิทัล เพิ่มศักยภาพส่งออกไทย

กรมปศุสัตว์จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 84 ปี พร้อมเปิดตัว “DLD e-Tracking” ระบบติดตามการเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์แบบเรียลไทม์เป็นครั้งแรก เพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าปศุสัตว์ไทยรองรับการแข่งขันในตลาดโลก

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2569 กรมปศุสัตว์ นำโดยนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 84 ปี (5 พฤษภาคม 2569) ภายใต้แนวคิด “84 ปี กรมปศุสัตว์ มุ่งมั่นสู่ความทันสมัย ด้วยหัวใจดิจิทัล” โดยมีนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานฯ พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมฯ เพื่อรำลึกถึงภารกิจและความสำเร็จของกรมปศุสัตว์ตลอดระยะเวลา 84 ปีที่ผ่านมา ณ กรมปศุสัตว์ พญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การนำของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ขับเคลื่อนนโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” โดยมุ่งยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ควบคู่การบริหารจัดการสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่ เพื่อรองรับการตลาดและการส่งออก ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาระบบ “DLD e-Tracking” ของกรมปศุสัตว์ ที่ช่วยให้การติดตามการเคลื่อนย้ายมีความโปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ และเป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย

ทั้งนี้ ระบบ “DLD e-Tracking” สามารถติดตามการเคลื่อนย้ายแบบเรียลไทม์ ผ่านเทคโนโลยี GPS Tracking และ Mobile Application เชื่อมโยงข้อมูลกับฐานข้อมูลกลางของกรมปศุสัตว์ ครอบคลุมตั้งแต่การนำเข้า การผ่านราชอาณาจักร การส่งออก และพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อเกิดความผิดปกติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและควบคุมโรคระบาดสัตว์ ลดการลักลอบเคลื่อนย้าย และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของสินค้าปศุสัตว์ไทย

ด้านนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์เดินหน้าปรับกระบวนการทำงานให้รวดเร็ว ลดความซ้ำซ้อน ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมยกระดับการให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อพัฒนาองค์กรให้ทันสมัยและรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ปัจจุบันภาคปศุสัตว์ไทยมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยในปี 2568 มีมูลค่าการส่งออกสินค้าปศุสัตว์กว่า 3.3 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในปี 2569 โดยสินค้าหลัก ได้แก่ ไก่เนื้อ ไข่ไก่ น้ำผึ้ง ผลิตภัณฑ์แปรรูป และอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งการพัฒนาระบบติดตามดังกล่าวจะช่วยรักษามาตรฐานและความเชื่อมั่นของตลาดส่งออกในระยะยาว

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยพิธีมอบโคจำนวน 25 ตัว ให้แก่เกษตรกรอำเภอขามสะแกแสง จังหวัดนครราชสีมา ภายใต้โครงการธนาคารโค–กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ การมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่บุคลากรและเครือข่ายที่ทำคุณประโยชน์แก่กรมปศุสัตว์

ขณะที่ภาคบริการประชาชน จัดให้มีบริการด้านสัตวแพทย์ครบวงจร อาทิ ผ่าตัดทำหมัน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ฝังไมโครชิพ และขึ้นทะเบียนสุนัขและแมวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงการจำหน่ายไข่ไก่ราคาประหยัดเพื่อลดค่าครองชีพ และการจัดนิทรรศการ “84 ปี กรมปศุสัตว์เคียงข้างเกษตรกรไทย”

กรมปศุสัตว์