“รมช.ปิยรัฐชย์” เดินหน้าแก้หนี้สหกรณ์ทั้งระบบ

4

“รมช.ปิยรัฐชย์” เดินหน้าแก้หนี้สหกรณ์ทั้งระบบ ชู Quick Win มั่นใจคลอดผลงานใน 6 เดือน

“รมช.ปิยรัฐชย์”เร่งหารือหน่วงงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้ในระบบสหกรณ์แบบ Quick Win มั่นใจเห็นผลเป็นรูปธรรมใน 6 เดือน ขณะประธานสหกรณ์นิคมอ่าวลึกวอนรัฐขอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้สมาชิกทำอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ส่งหนี้คงค้างสหกรณ์

“อันที่จริงวันนั้นเราไปกาญจนบุรีมา เรามีความตกใจเผอิญไม่แน่ใจว่าเป็นข้อมูลที่ชัดเจนจริง ๆ หรือไม่ว่าสหกรณ์มีหนี้อยู่ 60% อันนี้ช็อคมากแล้วด้วยความที่เราเป็นผู้บริหาร ดังนั้นเราไม่อยากเห็นตัวเลขที่เป็นสีแดงแน่นอน  เราอยากเห็นตัวเลขที่เป็นสีเขียวและเงินปันผลให้กับพ่อแม่พี่น้อง”

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมสหกรณ์ในพื้นที่จ.กาญจนบุรี โดยย้ำว่าอยากเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปแก้ปัญหาหนี้สินให้กับเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรมภายใต้นโยบาย Quick Win ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน 6 เดือน

เนื่องจากหนี้สินเป็นเรื่องใหญ่ของสมาชิกสหกรณ์ทั้งในและนอกภาคเกษตร โดยมีกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักในการแก้ปัญหา และมีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ให้การสนับสนุน  ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการหารือเพื่อการแก้ไขปัญหาหนี้สินทั้งระบบ  

ขณะที่ นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เผยความคืบหน้าในการแก้ปัญหาหนี้สินในระบบสหกรณ์ว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาคุณภาพชีวิตสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรด้วยระบบสหกรณ์มาตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งวิธีการแก้ไขปัญหาหนี้สมาชิกสหกรณ์ มีทั้งเจรจาติดตามหนี้ ลด/งดคิดดอกเบี้ยและค่าปรับ การพักชำระหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้  ควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้ ทั้งการปลูกพืชผักสวนครัวพืชสมุนไพร ทำเกษตรผสมผสาน เลี้ยงสัตว์ และแปรรูปอาหาร โดยจัดอบรมให้ความรู้ในการประกอบอาชีพ ส่งเสริมช่องทางการตลาด และสร้างวินัยทางการเงิน การออม เพื่อเพิ่มรายได้ลดรายจ่าย

ผลการดำเนินโครงการดังกล่าวได้เป็นที่น่าพอใจ โดยในปี 2567 มีสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 262 แห่ง สมาชิก 8,198 ราย หนี้ค้างชำระในสหกรณ์ได้รับการแก้ไข 518.75 ล้านบาท และในปี 2568 มีสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 292 แห่ง สมาชิก 20,220 ราย หนี้สหกรณ์ได้รับการแก้ไข 2,184.87 ล้านบาท

ล่าสุดว่ากำลังอยู่ในระหว่างหารือกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิกสหกรณ์ ทั้งในและนอกภาคเกษตรทั้งระบบเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งวิธีการแก้ไขปัญหาหนี้สมาชิกสหกรณ์ มีทั้งเจรจาติดตามหนี้ ลด/งดคิดดอกเบี้ยและค่าปรับ การพักชำระหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ และการดำเนินการตามกฎหมาย

“ตอนนี้อยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อศึกษากฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้ได้ข้อสรุปและแนวทางที่ชัดเจนเพื่อเร่งดำเนินการโดยทันที” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าวย้ำ

ด้าน นายวิทยา คงปาน ประธานกรรมการสหกรณ์นิคมอ่าวลึก จำกัด อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ กล่าวยอมรับว่าปัญหาหนี้สินเป็นปัญหาโลกแตกที่แก้กันไม่ตก จึงส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การดำเนินงานของสหกรณ์นิคมอ่าวลึกขาดทุนมาโดยตลอด ซึ่งเป็นผลมาจากหนี้สินของสมาชิกที่เพิ่มขึ้นจนไม่สามารถผ่อนส่งหนี้ค้างชำระให้กับสหกรณ์ได้

“สหกรณ์มีสมาชิกอยู่ 4,000 กว่าราย ตอนนี้ที่ทำธุรกิจเป็นหนี้สหกรณ์จริงๆเหลือประมาณ 700 กว่าราย มาจาก 3 ปัจจัย หนึ่งเป็นเงินกู้โครงการปลูกทดแทน สองโครงการกู้ปุ๋ยยาใส่ในสวนปาล์ม และสามเป็นเงินกู้ระยะปานกลางที่สมาชิกเอาโฉนดมาค้ำไว้กับสหกรณ์”นายวิทยาเผย

ประธานกรรมการสหกรณ์ฯคนเดิมระบุอีกว่า เมื่อก่อนสมาชิกเป็นหนี้ไม่มีปัญหา แต่เมื่อสมาชิกมีปัญหาเรื่องรายได้ จึงหยุดส่งหนี้ส่งผลให้การดำเนินงานของสหกรณ์ต้องขาดทุน เพราะจะเชื่อมโยงไปกับธุรกิจสินเชื่อด้วย

“เมื่อสหกรณ์ขาดทุนต่อเนื่องติดต่อกัน 3 ปี สมาชิกบางรายมีหุ้นอยู่ 4-5 หมื่นบาท  ก็ไม่สามารถถอนหุ้นได้บางรายก็มีการฟ้องร้องดำเนินคดีกัน มันก็เลยมีผลกระทบเชื่อมโยงไปยังธุรกิจสินเชื่อของสหกรณ์ด้วย”

นายวิทยากล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางแก้ไขแก้ปัญหาหนี้ที่ผ่านมา ได้เชิญสมาชิกมาไกล่เกลี่ยกรณีมีการถอนฟ้องแล้วจากนั้นก็ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปดูพื้นที่จริง ทั้งเรื่องอาชีพและรายได้ รวมถึงความเป็นไปได้ในการชำระหนี้คงค้างในแต่ละเดือน แต่ในกรณีที่มีสมาชิกพูดคุยกันไม่รู้เรื่องก็จำเป็นดำเนินคดีไปตามกฎหมายต่อไป

“ตอนนี้หนี้สหกรณ์มีประมาณ 10 ล้านบาท จากสมาชิก 700 กว่าคนที่เป็นหนี้ ที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือสมาชิกโดยการส่งสนับสนุนอาชีพเสริมแก่สมาชิกเพื่อให้มีรายได้เพิ่มนอกจากรายได้หลักจากปาล์มน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นเลี้ยงสัตว์ ในสวนปาล์ม อาทิ เป็ด ไก่ แพะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังส่งเสริมสมาชิกเพาะเห็ดฟางจากทะลายปาล์ม เพื่อสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง

“อยากฝากไปยังรัฐบาลให้ช่วยในเรื่องเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำแก่สมาชิกนำไปสร้างอาชีพ นอกเหนือจากปาล์มน้ำมัน เพื่อสมาชิกจะได้มีรายได้เพียงพอนำมาชำระหนี้ให้กับทางสหกรณ์” นายวิทยากล่าวย้ำ

อย่างไรก็ตามสำหรับโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาคุณภาพชีวิตสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรด้วยระบบสหกรณ์ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ปีงบประมาณ 2569 มีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 600 แห่ง ซึ่งมีสหกรณ์ทั้งในและนอกภาคการเกษตร แบ่งเป็น สหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร จำนวน 380 แห่ง ประกอบด้วย สหกรณ์การเกษตร 296 แห่ง สหกรณ์นิคม 17 แห่ง สหกรณ์ประมง 2 แห่งและกลุ่มเกษตรกร 65 แห่ง ส่วนสหกรณ์นอกภาคการเกษตร จำนวน 220 แห่ง ประกอบด้วย สหกรณ์ออมทรัพย์ 101 แห่ง สหกรณ์เครดิตยูเนียน 58 แห่ง และสหกรณ์บริการ 61 แห่ง

กรมส่งเสริมสหกรณ์