กรมส่งเสริมการเกษตรเดินหน้า Cross Function ขับเคลื่อนงานระดับเขต เชื่อม 4 Chains สู่ตลาด ใช้ความต้องการผู้บริโภคเป็นตัวนำ เพิ่มโอกาสและรายได้เกษตรกร

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นายกฤษ อุตตมะเวทิน อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานการประชุมแนวทางการขับเคลื่อนงานระดับเขต ผ่านระบบออนไลน์ ณ สำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานี เพื่อถ่ายทอดแนวทางการดำเนินงานให้แก่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรทั่วประเทศ โดยเน้นการปรับรูปแบบการทำงานให้เป็น Cross Function หรือการบูรณาการการทำงานข้ามภารกิจและหน่วยงาน เพื่อให้การส่งเสริมการเกษตรเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรและตลาดได้อย่างเป็นระบบ

นายกฤษ อุตตมะเวทิน อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า “การทำงานของกรมส่งเสริมการเกษตรในระยะต่อไป จะมุ่งให้เจ้าหน้าที่มองภาพการพัฒนาเกษตรกรแบบครบวงจร ไม่แยกการผลิตออกจากการตลาด โดยยึดแนวทาง “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” และขับเคลื่อนภายใต้กรอบ 4 Chains ได้แก่ Chain 1 การผลิต Chain 2 การตลาด Chain 3 การแปรรูป และ Chain 4 ความมั่นคงและยั่งยืน เพื่อให้ทุกส่วนทำงานเชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่คุณค่าเดียวกัน การทำงานแบบ Cross Function จะทำให้เจ้าหน้าที่ไม่มองเฉพาะเรื่องที่อยู่ในภารกิจของตนเอง แต่ต้องมองไปถึงปลายทางว่า ผลผลิตของเกษตรกรจะไปที่ไหน ใครเป็นผู้ซื้อ ตลาดต้องการอะไร และจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าได้อย่างไร จากนั้นจึงย้อนกลับมาวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับตลาด”
สำหรับ ด้านการผลิต จะมุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรปรับแผนการผลิตให้สอดคล้องกับข้อมูลความต้องการของตลาด ทั้งชนิดสินค้า ปริมาณ คุณภาพ และช่วงเวลาที่ตลาดต้องการ รวมถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับคุณภาพผลผลิต ด้านการตลาด จะให้ความสำคัญกับการสร้างตลาดที่มีความชัดเจนและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเกษตรกรกับร้านค้า ผู้ประกอบการ และช่องทางจำหน่ายรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ผลผลิตมีตลาดรองรับตั้งแต่ก่อนการผลิต ลดความเสี่ยงจากสินค้าล้นตลาด และเพิ่มอำนาจต่อรองให้แก่เกษตรกร
ขณะเดียวกัน กรมฯ จะให้ความสำคัญกับแนวทาง ร้านค้าโคแบรนด์และฟรีแฟรนไชส์ เพื่อเป็นอีกช่องทางในการนำสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรเข้าสู่ตลาดอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งพัฒนารูปแบบร้านค้าให้สามารถนำสินค้าในพื้นที่มาจำหน่าย เชื่อมโยงกับแหล่งผลิตและผู้บริโภค และสร้างช่องทางการตลาดที่เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้ ในส่วนของ การแปรรูป จะมุ่งเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต โดยส่งเสริมให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลาย มีมาตรฐาน และตอบโจทย์ตลาดมากขึ้น จากการจำหน่ายวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มและสามารถสร้างรายได้ตลอดห่วงโซ่ ส่วน ความมั่นคงและยั่งยืน จะให้ความสำคัญกับการวางแผนการผลิตที่เหมาะสมกับพื้นที่ การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การลดต้นทุนและความเสี่ยง ตลอดจนการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงในระยะยาว


ทั้งนี้ การขับเคลื่อนงานระดับเขตจะเน้นให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับทำงานเชื่อมโยงกันมากขึ้น โดยใช้ข้อมูลพื้นที่ ข้อมูลการผลิต และข้อมูลตลาดประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้การทำงานของกรมส่งเสริมการเกษตรไม่ใช่เพียงการ “ส่งเสริมให้ผลิต” แต่เป็นการ วางระบบตั้งแต่รู้ว่าตลาดต้องการอะไร วางแผนการผลิตให้ตรงความต้องการ พัฒนาคุณภาพและแปรรูป สร้างช่องทางจำหน่าย และติดตามผลลัพธ์ด้านรายได้ของเกษตรกร
“เป้าหมายสำคัญคือทำให้ทุกภารกิจเชื่อมเป็นเรื่องเดียวกัน เจ้าหน้าที่ต้องทำงานข้ามสายงานมากขึ้น และมองเกษตรกรตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เพื่อให้ทุกกิจกรรมที่กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการนำไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการมีตลาดรองรับ ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าสินค้า และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน” นายกฤษ กล่าว




กรมส่งเสริมการเกษตร






