ส่งสุขปีใหม่

223

ส่งความสุข ส่งความห่วงใย จากใจสินค้าสหกรณ์

กรมส่งเสริมสหกรณ์ชูแนวคิด “ส่งความสุข ส่งความห่วงใย จากใจสินค้าสหกรณ์” คัดสรรสินค้าสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มอาชีพที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน  และผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรรุ่นใหม่ในโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านฯ จัดลงกระเช้าของขวัญและตกแต่งสวยงาม ให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อเป็นของขวัญของฝากในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเน้นสินค้าหลากหลายและมีประโยชน์ จำหน่ายตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2563 – 12 มกราคม 2564 พร้อมบริการส่งฟรีในเขตกรุงเทพและปริมณฑล เมื่อซื้อสินค้าครบ 5,000 บาท หวังใช้โอกาสปีใหม่ช่วยขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าสหกรณ์ไปสู่ผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ด้วยสินค้าสหกรณ์ ประจำปี 2564 พร้อมขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการส่งเสริมให้เกษตรกรนำผลผลิตการเกษตรที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาเป็นวัตถุดิบ พัฒนาต่อยอดโดยการแปรรูป เป็นสินค้าและผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ ๆ ที่มีความหลากหลาย ทั้งผลผลิตประเภทพืชผัก ผลไม้ สมุนไพร สินค้าประมง และปศุสัตว์ ก่อนจะนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เน้นการพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าการเกษตรหลากหลายประเภท เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตการเกษตร คำนึงถึงความต้องการของตลาด ใส่ใจกับทุกขั้นตอนการผลิตสินค้า เพื่อให้สินค้านั้นมีคุณภาพและได้มาตรฐาน คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นหลัก ทั้งยังได้ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มผลิตสินค้าเป็นกลุ่มอาชีพ กลุ่มแม่บ้าน หรือกลุ่มสตรีสหกรณ์ เพื่อสร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้คนในชุมชนต่าง ๆ และในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 นับเป็นโอกาสดีที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้คัดสรรสินค้า และผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศหลากหลายชนิด ทั้งอาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากผ้า เครื่องจักสานและงานหัตถกรรม ได้นำผลิตภัณฑ์และสินค้าของชุมชนจากกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรจากทุกจังหวัดทั่วประเทศมานำเสนอและจัดวางในรูปแบบของกระเช้าของขวัญปีใหม่

“ในปีที่ผ่าน ๆ มา ทราบว่ามีหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชนทั่วไปให้ความสนใจติดต่อและสั่งซื้อกระเช้าของขวัญปีใหม่และสินค้าของสหกรณ์กันอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งโครงการนี้เป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะช่วยส่งเสริมและรณรงค์ให้คนไทยช่วยกันซื้อของไทยและใช้ของไทยที่เป็นผลผลิตจากภูมิปัญญาของชาวบ้าน และเป็นการสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน และที่พิเศษสุดสำหรับปีนี้ เรามีสินค้าและผลผลิตจากเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่สมัครเข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตรมาร่วมจำหน่ายด้วย เนื่องจากในปีที่ผ่านมา เราพยายามที่จะสร้างคนรุ่นใหม่หันมาให้ความสำคัญในอาชีพการทำเกษตร ได้กลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวเพื่อสานต่ออาชีพจากพ่อแม่ และมีการพัฒนาการทำเกษตรสมัยใหม่ ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย มาต่อยอดพัฒนากระบวนการผลิตและแปรรูปสินค้าและผลผลิตการเกษตร ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ยกระดับไปสู่การเป็นสินค้าระดับพรีเมี่ยมเพื่อสร้างรายได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น” รมช.มนัญญา กล่าว

ด้าน นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปี กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดทำโครงการส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ด้วยสินค้าสหกรณ์ โดยรวบรวมสินค้าดีมีคุณภาพของสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร  กลุ่มอาชีพ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนจากจังหวัดต่าง ๆ โดยเริ่มดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 18 ซึ่งสินค้าทุกชนิดที่จะนำมาจัดลงกระเช้าของขวัญมาจัดตกแต่งเป็นกระเช้าสินค้าสหกรณ์เพื่อจำหน่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน และประชาชนทั่วไป โทรมาสั่งจองและมาเลือกซื้อกระเช้าสินค้าสหกรณ์ และในปี 2563 ที่ผ่านมา ยอดจำหน่ายประมาณ 1.2 ล้านบาท ซึ่งสินค้าที่ขายดีและเป็นที่นิยมนำมาจัดลงกระเช้าของขวัญ ได้แก่ ข้าวอินทรีย์ อาหารแปรรูป ผลไม้แปรรูป ขนมที่ทำจากธัญพืชและสมุนไพรสามารถรายได้กลับคืนสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร

สำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 นี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้นำสินค้าที่จะนำมาจัดลงกระเช้าในปีนี้ ได้คัดสรรมาจากหลายแหล่งทั่วทุกภาคของประเทศ โดยจะคัดสรรเฉพาะสินค้าคุณภาพทั้งอุปโภคบริโภค เน้นผลิตภัณฑ์ที่ดูแลสุขภาพเป็นหลัก อาทิ ผลิตภัณฑ์ประเภทข้าวเพื่อสุขภาพ เช่น ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ข้าวไรซ์เบอร์รี่  ข้าวสังข์หยด  ข้าวกล้องหอมมะลิ และข้าว กข 43 ซึ่งเป็นข้าวที่ได้รับการวิจัยว่ามีน้ำตาลน้อย รวมถึงสินค้าประเภทผลไม้และอาหารแปรรูป เช่น กล้วยตาก หมี่กรอบสามรส ลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง หมูทุบ หมูฝอย เห็ดสมุนไพร เม็ดมะม่วงหิมพานต์ คุกกี้รสงา คุกกี้รสจมูกข้าวกล้อง ผลไม้อบแห้ง น้ำผึ้ง แยมมัลเบอรี่ ผัดหมี่โคราช ปลาร้าทรงเครื่อง และน้ำพริกประเภทต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังมีสินค้าประเภทสมุนไพรชงดื่มอีกจำนวนมาก อาทิ ขิงผง เก๊กฮวยผง ดอกคำฝอย ชาใบหม่อนอินทรีย์ ชาเขียวข้าวหอมมะลิ ผลิตภัณฑ์ประเภทนมและเครื่องดื่ม นม UHT น้ำผลไม้ กาแฟชงพร้อมดื่ม กาแฟดริป ผลิตภัณฑ์อาหารจากโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา และโครงการหลวงดอยคำ ผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมและผ้าฝ้าย เช่น ผ้าคลุมไหล่ ผ้าขาวม้า ผ้าห่ม ผ้าพันคอ สินค้าหัตถกรรม ทั้งแก้วเบญจรงค์ แก้วมุก และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากยางพารา เช่น หมอนยางพารา ตุ๊กตาสำหรับเด็ก และสินค้าในปีนี้เพิ่มเติมแตกต่างจากปีที่ผ่านมา ได้แก่ สินค้าและผลิตภัณฑ์จากเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร เช่น ข้าวกล้อง ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันญี่ปุ่น จากลูกหลานเกษตรกรจากจังหวัดขอนแก่น มะขามคลุก มะเขือเทศแช่อิ่ม กระเทียมโทนดองน้ำผึ้งและสามรส จากจังหวัดเชียงใหม่ ผักและผลไม้เมืองหนาว เช่น กะหล่ำปลี ซูกินี (แตงกวาญี่ปุ่น) มะเขือเทศราชินีสีแดงและสีเหลือง เกรฟฟุ๊ด พริกยักษ์ และกะหล่ำม่วง จากซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์และชุมนุมสหกรณ์การเกษตรเชียงใหม่ จำกัด

ราคาของกระเช้าสินค้าสหกรณ์มีหลายราคาตั้งแต่ 500 – 3,000 บาท มีทั้งกระเช้าสำเร็จรูปที่จัดสินค้าและตกแต่งไว้เรียบร้อยแล้ว และยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้ามาเลือกสินค้าที่ต้องการจะให้จัดกระเช้าได้ด้วยตัวเองด้วย โดยทางกรมฯ ได้จัดเตรียมห้องจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าที่ห้องประชุม 126 ชั้น 1 อาคาร 1 ภายในกรมส่งเสริมสหกรณ์ ท่าน้ำเทเวศร์ กรุงเทพฯ ในปีนี้เริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2563 – 12 มกราคม 2564 จำหน่ายทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันจันทร์ – ศุกร์ เปิดจำหน่ายตั้งแต่เวลา 09.00 – 19.00 น. และวันเสาร์ – อาทิตย์ จำหน่ายตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. หน่วยงานต่าง ๆ หรือประชาชนที่สนใจจะสั่งซื้อกระเช้าสินค้าสหกรณ์ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ สามารถดูรายละเอียดสินค้าและรูปแบบของกระเช้าสินค้าสหกรณ์ได้ทาง Facebook : coop market หรือติดต่อสอบถามได้ทางโทรศัพท์ 02 628 5512 หรือ 06 5524 1124 กรมฯ มีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป บริการจัดส่งกระเช้าสินค้าสหกรณ์ฟรีในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ข่าว