ศพร. ผนึกกำลังสารวัตรปศุสัตว์ สกัดลักลอบนำเข้าเอ็นโคแช่แข็งกว่า 12.6 ตัน ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร

ศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) บูรณาการร่วมกับกรมปศุสัตว์ โดยกองสารวัตรและกักกัน เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายในจังหวัดสมุทรสาคร สามารถตรวจยึดรถบรรทุกต้องสงสัย 4 คัน พร้อมเอ็นโคแช่แข็งต้องสงสัยลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ น้ำหนักรวมกว่า 12,600 กิโลกรัม หลังไม่สามารถแสดงเอกสารแหล่งที่มาและใบอนุญาตเคลื่อนย้ายซากสัตว์ได้ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมผู้กระทำความผิด พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย ย้ำเดินหน้าปกป้องเกษตรกรไทยและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอาหารแก่ผู้บริโภค


นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการและนโยบายสำคัญของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรและสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ศพร. ได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีการลักลอบเคลื่อนย้ายซากชิ้นส่วนโคโดยไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการ ศพร. บูรณาการร่วมกับกรมปศุสัตว์ โดยกองสารวัตรและกักกัน และด่านกักกันสัตว์ชลบุรี สนธิกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย ณ ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร
จากการตรวจสอบพบรถยนต์บรรทุกต้องสงสัยจำนวน 4 คัน โดยรถยนต์คันที่ 1–3 บรรทุกเอ็นโคแช่แข็ง น้ำหนักคันละประมาณ 4,200 กิโลกรัม รวมประมาณ 12,600 กิโลกรัม ซึ่งเป็นซากสัตว์ต้องสงสัยว่าลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ และพบรถบรรทุก 12 ล้ออีก 1 คัน ใช้สำหรับขนถ่ายซากสัตว์ ภายในสถานที่ตรวจค้น พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจสอบใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ ตลอดจนเอกสารแสดงแหล่งที่มาของซากสัตว์ดังกล่าว แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่สามารถนำเอกสารหลักฐานมาแสดงได้ เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมผู้กระทำความผิด พร้อมอายัดซากสัตว์และยานพาหนะของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนในพื้นที่เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ได้แก่ มาตรา 22 ฐานเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์เข้า ออก ผ่าน หรือภายในเขตเฝ้าระวังโรคระบาดโดยไม่ได้รับอนุญาต และมาตรา 31 ฐานนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามกฎหมาย
นายสรวุฒิ กล่าวในที่สุดว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมปศุสัตว์ จะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการลักลอบเคลื่อนย้ายและนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมาย เสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอาหารแก่ผู้บริโภค และคุ้มครองผลประโยชน์ของเกษตรกรไทยพร้อมขอความร่วมมือ จากประชาชนในการเป็นส่วนหนึ่งของการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดด้านปศุสัตว์ โดยสามารถ ขอความช่วยเหลือ ร้องเรียน หรือแจ้งข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง./




กรมปศุสัตว์






