“รัฐ คลังแสง” หนุนนำนโยบาย CPD DRIVE+S พัฒนาสหกรณ์ทั่วประเทศ หวังเป็นกลไกสร้างความเข้มแข็งช่วยเสริมศักยภาพเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

นายรัฐ คลังแสง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาทางวิชาการ “การขับเคลื่อนสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรสู่ความยั่งยืน ภายใต้นโยบาย CPD DRIVE+S” พร้อมมอบรางวัลแก่หน่วยงานและบุคคลดีเด่นของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ประจำปี 2569 โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรม สหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ และบุคลากรทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค กว่า 600 คน ให้การต้อนรับ ณ โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี

ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การสัมมนาครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนภารกิจของกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพราะบุคลากรทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคได้ร่วมกันทบทวนทิศทาง การทำงาน สร้างความเข้าใจในเป้าหมายเดียวกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง และร่วมกำหนดแนวทางที่จะนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และที่สำคัญที่สุด คือ สามารถสร้างประโยชน์และคุณค่าให้แก่สมาชิกได้อย่างต่อเนื่องนโยบาย CPD DRIVE+S จึงเป็นกรอบสำคัญที่จะช่วยให้การทำงานของกรมส่งเสริมสหกรณ์มีทิศทางที่ชัดเจนและเป็นระบบ
“ขอให้ทุกท่านใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้และข้อเสนอแนะที่เกิดขึ้นจากเวทีแห่งนี้ ไปพัฒนากระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญขอให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังบุคลากรและสหกรณ์ในพื้นที่ เพื่อให้ผลของการสัมมนาขยายออกไปในวงกว้างและเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมในส่วนของการทำงานต้องทำแบบเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้สหกรณ์มีศักยภาพในการแข่งขันจนเป็นที่ยอมรับ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่สมาชิกร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนพี่น้องเกษตรกรอยู่ดีกินดี มีอาชีพ และรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป” ที่ปรึกษา รมช.เกษตร ฯ กล่าว

นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ จัดโครงการสัมมนาทางวิชาการ “การขับเคลื่อนสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรสู่ความยั่งยืน ภายใต้นโยบาย CPD DRIVE+S” ระหว่างวันที่ 22 – 24 กันยายน 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทาง เป้าหมาย และแนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย CPD DRIVE+S ให้แก่บุคลากรของกรมส่งเสริมสหกรณ์ และกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย CPD DRIVE+S ในการส่งเสริมและพัฒนาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ตลอดจนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ซึ่งนโยบาย CPD DRIVE+S ประกอบด้วย Development พัฒนาสหกรณ์เข้มแข็ง Regulation ธรรมาภิบาลและกำกับดูแล Innovation เทคโนโลยีและนวัตกรรม Values เพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ Efficiency ยกระดับศักยภาพบุคลากร และ Sustainable ความยั่งยืนในทุกมิติ
นอกจากนี้ กรมฯ จะขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง ยกระดับศักยภาพของสหกรณ์ รวมทั้งแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาคุณภาพชีวิตสมาชิกสหกรณ์ ตลอดจนนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้ในการดำเนินงานของสหกรณ์ และพัฒนากระบวนการผลิตและการแปรรูปสินค้าทางการเกษตรให้ได้มาตรฐาน นำไปสู่การยกระดับภาคการเกษตรของประเทศไทยให้มั่นคงต่อไป





ทั้งนี้ ผลสำเร็จจากการขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ส่งผลต่อการการพัฒนาความเข้มแข็งสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ซึ่งในปี 2569 นี้ มีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั้งหมด 9,176 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็นสหกรณ์ภาคการเกษตร 3,020 แห่งสหกรณ์นอกภาคการเกษตร 2,949 แห่ง กลุ่มเกษตรกร 3,207 แห่ง มีผลสำเร็จสะท้อนความเข้มแข็งของสหกรณ์ในภาพรวม ไม่ว่าจะเป็นการบริหารโปร่งใส มีธรรมาภิบาล แบ่งปันผลประโยชน์สู่สมาชิก ดำเนินธุรกิจตอบโจทย์สมาชิก และยกระดับสู่องค์กรยุคใหม่ ตรวจสอบได้ ยกระดับระบบควบคุมภายในและขยายกิจกรรมทางธุรกิจ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงตลอดห่วงโซ่การผลิตก้าวสู่ความเข้มแข็ง พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการกระจายผลประโยชน์และดูแลสวัสดิการสู่สมาชิกฐานรากอย่างทั่วถึง
สำหรับโครงการสำคัญขณะนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์กำลังเร่งยกระดับศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ (Cooperative Distribution Center : CDC) เพื่อทำหน้าที่ในการรองรับผลผลิตการเกษตรและสินค้าจากสหกรณ์ในจังหวัดต่าง ๆ มากระจายสู่ผู้บริโภคในจังหวัดของตนเองและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการขนส่งและสามารถจำหน่ายสินค้าได้ราคาที่ยุติธรรม และยังช่วยให้ผู้บริโภคในชุมชนสามารถเข้าถึงสินค้าสหกรณ์ได้ง่ายและทั่วถึงมากขึ้น ซึ่งกรมฯ มีนโยบายให้ทุกจังหวัดมีศูนย์ CDC อย่างน้อย 1 แห่ง ทำหน้าที่เป็นจุดรวบรวม เชื่อมโยง และกระจายผลผลิตทางการเกษตร แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดและยกระดับคุณภาพสินค้าสหกรณ์ ตามแนวทางตลาดนำการผลิต ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปัจจุบันมีศูนย์ CDC จำนวน 125 แห่งทั่วประเทศ โดยเป้าหมายปี 70 จะเน้นการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้เพื่อกระตุ้นความต้องการสั่งซื้อสินค้าเพื่อให้พร้อมสำหรับปี 71 ที่เตรียมผลักดัน CDC เป็นโครงการระดับเรือธง (Flagship) ของกรมฯ อีกทั้งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม “Co-op Easy Shop” เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวม แสดงข้อมูลและเป็นช่องทางในการซื้อขายสินค้าของสหกรณ์ เชื่อมโยงทั้งตลาดออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมประสานผู้ซื้อรายใหญ่ให้สามารถสั่งซื้อผลผลิตจากสหกรณ์โดยตรง









กรมส่งเสริมสหกรณ์






