นำลูกหลานกลับบ้าน

30

สหกรณ์เดินเครื่องนำลูกหลานกลับบ้าน พัฒนาอาชีพเกษตรสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว

วันที่ 29 มิถุนายน 2563 นายสมศักดิ์ แสนศิริ สหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก ได้ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านสานต่ออาชีพการเกษตร ซึ่งมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน  83 ราย  โดยได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก ลงพื้นที่พบปะและเยี่ยมเยียนผู้สมัครฯ ร่วมกับสหกรณ์การเกษตรหลักระดับอำเภอ เพื่อชี้แจงโครงการและแนวทางการดำเนินงานตามแผนสนับสนุนของกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการพัฒนาให้คนรุ่นใหม่มีอาชีพทางการเกษตรที่มั่นคง มีแหล่งเงินทุนประกอบอาชีพ มีองค์ความรู้ด้านเกษตรสมัยใหม่ที่เพียงพอ สามารถนำไปต่อยอดพัฒนาอาชีพเกษตรของครอบครัวให้ประสบความสำเร็จได้  ภายใต้การกำกับดูแลของสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนโครงการฯ กับทุกหน่วยงานเกี่ยวข้องตามนโยบายของรัฐ  โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้มอบหมายให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลกเร่งสำรวจความต้องการใช้เงินทุนประกอบอาชีพของผู้สมัครฯ เพื่อช่วยสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ และการเพิ่มช่องทางตลาดที่หลากหลาย ต่อไป

ด้านนางสาวศิระประภา บัวแก้ว อาศัยอยู่ที่ ม.6 ต.บ้านกลาง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก  ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ  เล่าว่า เมื่อก่อนเคยทำงานที่ต่างจังหวัดอยู่ห่างไกลบ้านเกิด พอพ่อกับแม่เริ่มมีอายุมากขึ้น จึงทำให้ตัดสินใจกลับมาอยู่บ้านเพื่อสานต่ออาชีพเกษตรกรรมของครอบครัว ซึ่งได้เริ่มทำการเกษตรในที่ดินของตนเอง เนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ โดยมีพื้นที่ปลูกไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง จำนวน 3 ไร่ ส่วนพื้นที่อีก 2 ไร่ ได้ใช้เป็นพื้นที่ปลูกส้มเขียวหวาน ผักหวานป่า ขุดสระ เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ไข่และไก่พันธุ์ชนิดต่างๆ ด้วยวิธีธรรมชาติในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ แต่ยังคงขาดทักษะความรู้ด้านการบริหารจัดการศัตรูพืช โรคและแมลงที่ถูกต้อง ทำให้ผลผลิตบางส่วนที่ปลูกไว้ได้รับความเสียหาย จึงสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการฯ และพร้อมสมัครเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ เพราะมองเห็นโอกาสต่างๆ ที่จะได้รับการสนับสนุนเกี่ยวกับองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอาชีพจากหน่วยงานของรัฐ มีแหล่งสนับสนุนเงินทุนในการประกอบอาชีพและการปรับปรุงแหล่งน้ำไว้ทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง หากมีน้ำใช้เพียงพอก็จะสามารถทำไผ่นอกฤดูและปลูกพืชผัก ผลไม้ชนิดต่างๆ ไว้จำหน่าย มีรายได้หมุนเวียนตลอดปี

นางสาวศิระประภา กล่าวอีกว่า ปัจจุบันตนเองและครอบครัวมีรายได้จากการเก็บหน่อไม้สดในสวนไผ่จำหน่าย ซึ่งไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งที่ปลูกไว้มีอายุประมาณ 11 เดือน สามารถเก็บหน่อไม้สดขายวันเว้นวัน เฉลี่ยครั้งละประมาณ 30-60 กิโลกรัม  จำหน่ายได้ในราคาสูงถึง กิโลกรัมละ 50-80 บาท เนื่องจากผู้บริโภคนิยมซื้อไปรับประทาน เพราะสามารถเลือกนำไปทำอาหารได้หลากหลายเมนู นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากการจำหน่ายส้มเขียวหวาน รวมถึงพืชผักต่างๆ ที่ปลูกไว้ในสวน โดยนำไปขายที่ร้านค้า  ตลาดนัดชุมชน และขายผ่านตลาดออนไลน์ตามคำสั่งซื้อของผู้ที่สนใจ ทำให้มีรายได้ขั้นต่ำ เฉลี่ยวันละ 800 บาท  ขึ้นไป

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ข่าว