ขับเคลื่อนหม่อนไหม 63

227

เกษตรฯ ขับเคลื่อนงานหม่อนไหมแปลงใหญ่ 63 ด้วยตลาดนำการผลิต

นายสันติ กลึงกลางดอน รองอธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า ตามที่กรมหม่อนไหมได้รับนโยบายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้านการเกษตรให้มีความสมบูรณ์และครบวงจร โดยส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกันผลิต ในรูปแบบแปลงใหญ่ ซึ่งกรมหม่อนไหมได้ขับเคลื่อนภารกิจนโยบายดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 ด้วยการจัดทำโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตหม่อนไหมระบบแปลงใหญ่ ที่มีการบริหารจัดการร่วมกัน โดยมีเจ้าหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและให้เกษตรกรเป็นศูนย์กลางการดำเนินงาน ผลักดันให้เกษตรกรรวมกลุ่มการผลิต เพื่อร่วมกันจัดหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพดี ราคาถูก ใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม และมีการบริหารจัดการด้านการตลาดที่มีประสิทธิภาพ

โดยในปี 2563 ได้ดำเนินการในพื้นที่ 34 แปลง 18 จังหวัด มีพื้นที่ปลูกหม่อนมากกว่า 12,000 ไร่ เกษตรกรรวม 2,994 ครัวเรือน  ได้แก่

  1. การผลิตไหมอุตสาหกรรม จำนวน 16 แปลง ในจังหวัดน่าน กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก  อุดรธานี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร (2 แปลง) ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ (3 แปลง) นครราชสีมา สุรินทร์ และอุทัยธานี 
  2. การผลิตไหมหัตถกรรม จำนวน 17 แปลง ในจังหวัดเชียงราย ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ (5 แปลง) บุรีรัมย์ (3 แปลง) นครราชสีมา (2 แปลง) ศรีสะเกษ และอำนาจเจริญ (2 แปลง)
  3. การผลิตหม่อนผลสด จำนวน 1 แปลง ในจังหวัดน่าน (แปลงใหญ่ประชารัฐ) เพื่อพัฒนา เน้นให้เกิดการรวมแปลง/ รวมกลุ่มเกษตรกร จัดทำฐานข้อมูล และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและผู้จัดการแปลงใหญ่

นายสันติ กล่าวต่อไปว่า แบบอย่างการเกษตรแปลงใหญ่ด้านหม่อนไหมที่ประสบความสำเร็จ และแสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานที่สนองตอบการขับเคลื่อนในทุกนโยบาย ทั้งนโยบาย “การรวมกลุ่มการทำเกษตรแปลงใหญ่” และนโยบาย “ตลาดนำการผลิต”  คือ แปลงใหญ่หม่อนไหม การพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ภายใต้แปลงใหญ่ (ไหมอุตสาหกรรม) ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน  มีพื้นที่ปลูกหม่อน 707 ไร่ จำนวนสมาชิก 95 ราย ผลิตสินค้าไหมรังเหลืองตามมาตรฐาน GAP (มาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 8201-2555) การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม จังหวัดน่าน ได้เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 เป็นต้นมา โดยศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ น่าน ได้ขับเคลื่อนดำเนินการส่งเสริมการประกอบอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของเกษตรกรในพื้นที่รับผิดชอบ ได้แก่จังหวัดน่าน เชียงราย และพะเยา เพื่อพัฒนาเกษตรกรไปสู่การเป็น Smart Farmer ขณะเดียวกันก็ได้ดำเนินการตามนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” โดยร่วมกับบริษัทเอกชนให้คำแนะนำแก่เกษตรกรในการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเพื่อจำหน่ายรังไหมให้แก่บริษัทมากขึ้น ซึ่งบริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องตลาดรับซื้อ รังไหม และมีการทำสัญญาซื้อขายรังไหมล่วงหน้าระหว่างเกษตรกรกับบริษัท (Contract farming) ปีต่อปี 

สำหรับในปี 2563 ได้มีการทำสัญญาซื้อขายรังไหมล่วงหน้ากับบริษัท จุลไหมไทย จำกัด เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2563 โดยนายวสันต์ นุ้ยภิรมย์ อธิบดีกรมหม่อนไหม เป็นสักขีพยานในการทำสัญญาซื้อขายรังไหมดังกล่าว กำหนดปริมาณผลผลิตที่ต้องส่งมอบตามสัญญาซื้อขายรังไหม 55,000 กิโลกรัม (55 ตัน) จำนวน 8-10 รุ่น โดยใช้ไข่ไหมพันธุ์เหลืองสระบุรี ซึ่งเป็นไข่ไหมพันธุ์ไทยลูกผสม (ผลิตโดยศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ของกรมหม่อนไหม) บรรจุปริมาณไข่ไหม 22,000 ฟอง/แผ่น คาดคะเนผลผลิตรังไหมสด 30 กิโลกรัม/แผ่น ทั้งนี้ ได้มีการรับซื้อรังไหมแล้ว 3 รุ่น มีผลผลิตรังไหมรวม 15,540.47 กิโลกรัม คิดเป็นรายได้รวมกว่า 2.5 ล้านบาท เฉลี่ย 59.38 กิโลกรัม/ราย  มีเปอร์เซนต์รังเสีย 8.05 ราคาสูงสุด 199.72 บาท/กิโลกรัม ราคาต่ำสุด 114.17 บาท/กิโลกรัม ราคาเฉลี่ย 156.88 บาท/กิโลกรัม

ส่วนชนิดรังไหม (รังเสีย) ที่ขายได้นั้น ประกอบด้วย รังแฝด 100 บาท/กิโลกรัม รังเสีย 90 บาท/กิโลกรัม รังบางและเน่า 20 บาท/กิโลกรัม และรังดีหลังจ่อ 120 บาท/กิโลกรัม  มีราคาปุยไหม 5 บาท/กิโลกรัม เฉลี่ยการกินใบหม่อน/แผ่น 400-450 กิโลกรัม/แผ่น ผลผลิตหม่อน/ไร่ 2,500-3,000 กิโลกรัม/ไร่/ปี เลี้ยงไหมได้ปีละ 8-10 รุ่น ตามการแบ่งแปลงหม่อนและการจัดการแปลงหม่อน

“การดำเนินงานของกรมหม่อนไหมในการแปลงนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกันผลิต ในรูปแบบแปลงใหญ่ ไปสู่การปฏิบัตินั้น นอกจากการดำเนินงานสนองตอบตามนโยบายแล้ว กรมหม่อนไหมยังขับเคลื่อนในนโยบายต่างๆ ทั้งในระดับประเทศและระดับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาทิ นโยบายตลาดนำการผลิต นโยบายเกษตรพันธสัญญา นโยบายลดการบุกรุกพื้นที่ป่าจากการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น  ซึ่งการดำเนินงานทั้งหมดที่กรมหม่อนไหมได้ทุ่มเทดำเนินการตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ยังประโยชน์ให้เกิดกับเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทอผ้า ผู้ผลิต และประชาชนให้มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถพึ่งพาตนเองและประกอบอาชีพการเกษตรได้อย่างยั่งยืน” รองอธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าว

กรมหม่อนไหม ข่าว