กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ สถาปนาครบรอบ 74 ปี

10

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ สถาปนาครบรอบ 74 ปีเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการเงินการบัญชี เชื่อมโยงเทคโนโลยี ขับเคลื่อนสหกรณ์และเกษตรกรไทยสู่ความยั่งยืน

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ยกระดับมาตรฐานเชื่อมโยงเทคโนโลยี เพื่อขับเคลื่อนสหกรณ์สู่ความยั่งยืน เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ครบรอบ 74 ปี โดยได้รับเกียรติจาก ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมมอบโล่รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2568 และรางวัลการออกแบบตราสัญลักษณ์กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ครบรอบ 74 ปี ร่วมด้วย นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี วันที่ 11 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพฯ

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสหกรณ์และสถาบันเกษตรกรในฐานะกลไกสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ โดยมุ่งยกระดับการบริหารจัดการด้านการเงินด้วยเทคโนโลยี พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ข้อมูลทางการเงินเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันได้ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานระบบบัญชีและข้อมูลทางการเงินของสหกรณ์และเกษตรกรให้มีมาตรฐาน โปร่งใส และตรวจสอบได้ รวมทั้งสนับสนุนการนำเทคโนโลยีและข้อมูลบัญชีมาใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจสหกรณ์ การวิเคราะห์ต้นทุน การบริหารความเสี่ยง และการวางแผนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ในโอกาสครบรอบ 74 ปี มุ่งหวังว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์จะเป็นหน่วยงานที่ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง  พร้อมทั้งพัฒนาระบบบัญชีของสหกรณ์ให้มีมาตรฐาน โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางการเงินและสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป

ด้าน นายวุฒิพงศ์ เนียมหอม อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 74 ปีที่ผ่านมา กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ โดยยึดหลักการบริหารจัดการทางการเงินที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ระบบสหกรณ์และลดความเสี่ยงทางการเงินของสมาชิก สำหรับผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2568 กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ตรวจสอบบัญชีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศมากกว่า 9,142 แห่ง และยืนยันความถูกต้องของธุรกรรมทางการเงินให้กับสมาชิกสหกรณ์กว่า 250,255 ราย นอกจากนี้ยังได้พัฒนาศักยภาพเกษตรกรผ่านการอบรมบัญชีต้นทุนอาชีพและการใช้ข้อมูลบัญชีในการวิเคราะห์ธุรกิจให้แก่เกษตรกรกว่า 15,508 ราย รวมทั้งส่งเสริมการจัดทำบัญชีครัวเรือนให้ประชาชนกว่า 18,800 ราย เพื่อสร้างวินัยทางการเงินและลดปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน

นอกจากนี้ในปีที่ 74 กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันสหกรณ์และเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยได้พัฒนาศูนย์ข้อมูลทางการเงินและการบัญชีภาคสหกรณ์ไทย เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินของสหกรณ์ทั่วประเทศ ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ วิเคราะห์แนวโน้ม และเฝ้าระวังความเสี่ยงทางการเงินของระบบสหกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังได้พัฒนานวัตกรรม SmartMe Plus แอปพลิเคชันด้านการเงินส่วนบุคคลสำหรับเกษตรกรและประชาชน ที่ช่วยให้สามารถบันทึกบัญชีรายรับรายจ่ายได้ง่าย รองรับการบันทึกข้อมูลด้วยเสียง พร้อมฟังก์ชันวิเคราะห์สุขภาพทางการเงินและสนับสนุนการวางแผนธุรกิจ เพื่อช่วยให้เกษตรกรวางแผนการผลิตได้อย่างแม่นยำ ตอบสนองความต้องการของตลาด สอดคล้องกับนโยบาย Smart Farmer ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานระบบสารสนเทศทางการบัญชี ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบบัญชีที่ถูกต้องโปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อพัฒนามาตรฐานระบบสารสนเทศทางการบัญชีภาคสหกรณ์ ทั้งการกำหนดมาตรฐานโปรแกรมบัญชีสำหรับสหกรณ์ การจัดทำแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับผู้พัฒนาและผู้ใช้งาน และการกำหนดกรอบแนวทางประเมินระบบสารสนเทศทางการบัญชี

ทั้งนี้ การประชุมสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 12 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพมหานคร เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นำเสนอผลงานด้านนวัตกรรม และเสริมสร้างความร่วมมือในการพัฒนาระบบบัญชีของสหกรณ์ให้มีความทันสมัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ อีกทั้งได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นระหว่างผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนร่วมแสดงความยินดีในพิธีมอบโล่รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ประจำปี 2568 นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษหัวข้อต่าง ๆ ที่น่าสนใจ โดยคณะผู้บริหารกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และการนำเสนอผลงานนวัตกรรมดีเด่น ปี 2568

ในโอกาสครบรอบ 74 ปี กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ยังคงมุ่งมั่นพัฒนางานตรวจสอบบัญชีให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล พร้อมยกระดับศักยภาพบุคลากรให้เป็นมืออาชีพ และพัฒนาระบบข้อมูล
ทางการเงินที่มีคุณภาพ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสหกรณ์และเกษตรกรไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง โปร่งใส
และยั่งยืนต่อไปในอนาคต
อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าว

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์