องคมนตรี ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก พร้อมติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงสนามบินท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.30 น. พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามการปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ภาคตะวันออกและความคืบหน้าการปรับปรุงสนามบินท่าใหม่ อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี พร้อมรับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติการฝนหลวง และแผนการปฏิบัติการฝนหลวงของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดจันทบุรี โดยมุ่งเน้นการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนและอ่างกักเก็บน้ำ รวมถึงพื้นที่การเกษตรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง


ปัจจุบันกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ปรับแผนการเปิดหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นมา โดยศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก ได้เปิดหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดจันทบุรี มีเครื่องบินประจำการทั้งสิ้น จำนวน 3 ลำ และมีพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด โดยภาคตะวันออกถือเป็นพื้นที่การเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจของประเทศ เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ ลำไย อ้อย ข้าว ข้าวโพด และมันสำปะหลัง อีกด้วย ซึ่งจากผลการปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 4 พฤษภาคม 2569 มีการขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 42 วัน รวม 195 เที่ยวบิน และมีฝนตกจากการปฏิบัติการฝนหลวง คิดเป็นร้อยละ 95.24 พื้นที่การเกษตรที่ได้รับประโยชน์ จำนวน 16.41 ล้านไร่ และในส่วนของการปรับปรุงสนามบินท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งตั้งเป็นหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดจันทบุรี ได้มีการรายงานความคืบหน้า ในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ทางวิ่ง ลานจอดอากาศยาน อาคารปฏิบัติการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อรองรับภารกิจด้านการบิน และเพิ่มประสิทธิภาพ ในการปฏิบัติการฝนหลวง โดยโครงการอยู่ระหว่างการดำเนินงานตามแผนการปรับปรุงระยะที่ 3 และการจัดสรรงบประมาณที่เกี่ยวข้อง






อย่างไรก็ตาม ท่านองคมนตรีได้เน้นย้ำให้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดจันทบุรี ดำเนินการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติการฝนหลวงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร แก้ไขปัญหาภัยแล้ง เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความต้องการน้ำของพืชแต่ละชนิดที่มีความแตกต่างกัน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากปริมาณน้ำฝนที่ไม่เพียงพอ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนและเกษตรกรมีความเชื่อมั่นว่ากรมฝนหลวงและการบินเกษตร จะดำเนินการปฏิบัติการฝนหลวงอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อสนองงานตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน จากปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคให้มีความเพียงพออย่างยั่งยืน









กรมฝนหลวงและการบินเกษตร






