หนุนใช้บัญชีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

196

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ร่วมขับเคลื่อน BCG Model หนุนเกษตรกรใช้บัญชีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้ร่วมเป็นหน่วยงานในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio–Circular-Green Economy : BCG Model) โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ของรัฐบาล ในการสนับสนุนให้เกิดเศรษฐกิจ BCG ที่เติบโต สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก เกิดการกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ ชุมชนเข้มแข็ง มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน BCG Model ด้านการเกษตร มีเป้าหมายเพื่อปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรของประเทศไทยสู่ 3 สูง คือ “ประสิทธิภาพสูง มาตรฐานสูง รายได้สูง” ด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมผสานภูมิปัญญา ยกระดับผลผลิตเกษตรสู่มาตรฐานสูง ครอบคลุมทั้งด้านคุณภาพ โภชนาการ ความปลอดภัย และระบบการผลิตที่ยั่งยืน ให้การทำเกษตรเป็นอาชีพที่สร้างรายได้สูง มีการผลิตสินค้าเกษตรพรีเมียม สินค้าเชิงนวัตกรรมที่หลากหลาย กำหนดราคาขายได้ตามคุณภาพของผลผลิตเกษตร เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) ภาคเกษตรเติบโตอย่างสมดุลและมีเสถียรภาพ รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้น รวมถึงอนุรักษ์ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรการเกษตรอย่างสมดุลและยั่งยืน

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มีส่วนร่วมบูรณาการดำเนินงานเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพการจัดทำบัญชีแก่เกษตรกร ตามนโยบายของนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการนำระบบบัญชีไปวางรากฐานให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการวางแผนประกอบอาชีพหรือปรับเปลี่ยนอาชีพได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยใช้บัญชีเป็นเครื่องมือวางแผนการตลาด วางแผนการผลิตสินค้าปลอดภัยและปรับเปลี่ยนการผลิตสินค้าให้เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อสร้างมูลค่าให้สินค้าตนเองและสามารถเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร       

อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวอีกว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงาน BCG Model ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยดำเนินงานเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพด้านการเงินการบัญชีแก่เกษตรกร ผ่านกระบวนการเรียนรู้การจัดทำบัญชีรับ – จ่าย ในครัวเรือน และบัญชีต้นทุนอาชีพ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลทางบัญชีไปใช้ในการบริหารจัดการภาคการเกษตรได้ รู้รายรับ รายจ่าย สามารถวางแผนการผลิตและการตลาดให้ตรงตามช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติงานแก่อาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี เพื่อสร้างให้เป็นแกนนำการถ่ายทอดองค์ความรู้และส่งเสริมการจัดทำบัญชี ทั้งบัญชีครัวเรือน และบัญชีต้นทุนอาชีพ ไปในทุกกลุ่มเป้าหมาย สามารถต่อยอดไปถึงบัญชีรายสินค้า ส่งผลให้เกิดความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ พร้อมทั้งอบรม สอน แนะนำการจัดทำบัญชีให้เกษตรกรได้มีความรู้และความเข้าใจในการจัดทำบัญชี โดยดำเนินการใน 4 โครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน (พัฒนาเกษตรอินทรีย์) อบรมเกษตรกร จำนวน 1,010 ราย โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ อบรมเกษตรกร จำนวน 9,509 ราย โครงการส่งเสริมอาสาสมัครเกษตร อบรมเกษตรกร จำนวน 800 ราย และโครงการบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตรตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) อบรมเกษตรกร จำนวน 822 ราย เป้าหมายรวมทั้งสิ้น จำนวน 19,130ราย ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2565 ได้ผลงานแล้ว จำนวน 12,141 ราย

อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวอีกว่า การบูรณาการขับเคลื่อนตามแนวทางดังกล่าว เป็นปัจจัยที่จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคการเกษตรพัฒนาสู่ความยั่งยืน โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มีความพร้อมในการสนับสนุนการนำคุณประโยชน์จากการทำบัญชีสู่การสร้างภูมิปัญญาแก่เกษตรกร ผ่านการเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลสอนแนะการทำบัญชีให้เกษตรกร ได้มีความรู้และเข้าใจในการนำระบบบัญชีไปใช้ในการบริหารจัดการภาคการเกษตร รู้รายรับรู้รายจ่าย รู้เวลาที่เหมาะสม มองเห็นช่องทางในการลดต้นทุนการผลิต ลดรายจ่าย ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและผลิตสินค้าได้อย่างสมดุลตามกำลังของตนเองและสอดคล้องกับความต้องการของตลาด อีกทั้งช่วยส่งเสริมการออมและสร้างวินัยทางการเงินที่ดี อันเป็นการช่วยให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคง สามารถพึ่งพาตนเองได้ ต่อยอดไปถึงการทำบัญชีธุรกิจไปยังระดับกลุ่มสหกรณ์และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้กว้างขวางขึ้น เนื่องจากการทำบัญชีธุรกิจจะเป็นกระจกในการสะท้อนข้อมูลด้านสภาพแวดล้อม ต้นทุน ตลาด ราคาผลผลิต ไปจนถึงมูลค่าสินค้าที่แปรผันในแต่ละห้วงเวลา นอกจากนี้ ยังได้สร้างเสริมองค์ความรู้ทางบัญชีสู่เยาวชนและประชาชนทั่วไป ให้ได้เรียนรู้การจัดทำบัญชีเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประเมินและวางแผนการจัดระเบียบรายรับ – รายจ่าย สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีบัญชีเป็นภูมิคุ้มกันและคู่มือชีวิต ซึ่งเหมาะกับสถานการณ์เศรษฐกิจในยุคปัจจุบันที่จำเป็นต้องใช้จ่ายอย่างมีสติ ไม่ประมาท พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ข่าว