เร่งช่วยเหลือชาวนา

447

รัฐฯ ห่วงชาวนา สั่ง ชลประทานเร่งช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปี

กรมชลประทาน เดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรที่ทำข้าวนาปีปี 64 ตามนโยบายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ และข้อสั่งการของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งให้การช่วยเหลือเกษตรกรในภาวะฝนทิ้งช่วง เพื่อลดความเสียหายของผลผลิตทางการเกษตร

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงส่งผลให้พื้นที่ปลูกข้าวนาปี ได้รับผล กระทบขาดแคลนน้ำ ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้กรมชลประทานเร่งเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดนั้น กรมชลประทานได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่รับทราบอย่างต่อเนื่อง พร้อมชี้แจงถึงกติกาการสูบน้ำตามรอบเวรให้กับเกษตรกรผู้ใช้น้ำในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรเป็นอย่างดี

นายประพิศ จันทร์มา
อธิบดีกรมชลประทาน

สำหรับแนวทางการช่วยเหลือ กรมชลประทาน โดยสำนักเครื่องจักรกลได้นำเครื่องสูบน้ำเข้าติดตั้งพร้อมเดินเครื่องสูบน้ำในหลายพื้นที่แล้ว อาทิ จังหวัดพิษณุโลก ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขับด้วยเครื่องดีเซลขนาด 12 นิ้ว บริเวณคลองบางแก้ว ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ และบริเวณคลองวัดขอน ตำบลศรีภิรมย์ อำเภอพรหมพิราม สูบน้ำจากคลองบางแก้ว และคลองวัดขอน ส่งไปยังคลองซอยต่าง ๆ วันละประมาณ 47,500 ลบ.ม. ช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปีกว่า 2,000 ไร่ ด้านจังหวัดชัยนาท ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขับด้วยระบบไฮดรอลิคขนาด 24 นิ้ว และขนาด 28 นิ้ว บริเวณคลอง 2 (ซ้าย) ตำบลชัยนาท อำเภอเมืองชัยนาท สูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาส่งไปยังคลอง 2 (ซ้าย) วันละประมาณ 198,000 ลบ.ม. ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและเพาะปลูกข้าวนาปีกว่า 7,000 ไร่ นอกจากนี้ ยังได้จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำและเครื่องจักรกลอื่น ๆ ที่พร้อมจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ทำนาปีไปแล้ว รวมไปถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนน้ำ ถึงแม้ว่าในช่วงนี้จะมีฝนตกลงมาบ้างแล้วในหลายพื้นที่ แต่น้ำต้นทุนที่มีอยู่ในเขื่อนต่าง ๆ ยังไม่เพียงพอที่จะส่งน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรได้อย่างเต็มศักยภาพ จึงจำเป็นต้องทำการจัดสรรน้ำตามรอบเวร เพื่อให้การใช้น้ำเป็นไปอย่างทั่วถึง ลดผลกระทบต่อผลผลิตที่อาจจะได้รับความเสียหายได้ สำหรับเกษตรกรที่ยังไม่ได้ทำการเพาะปลูก ขอให้ชะลอการเพาะปลูกออกไปก่อน จนกว่าจะมีฝนตกชุกในพื้นที่สม่ำเสมอและมีน้ำเพียงพอ

อนึ่ง กรมชลประทานจะมุ่งมั่นบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เพียงพอใช้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่มากขึ้นในอนาคต โดยการเก็บกักน้ำไว้ในแหล่งน้ำธรรมชาติ และใช้ประโยชน์จากน้ำท่าตามธรรมชาติให้มากที่สุด จึงขอให้เกษตรกรติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำได้จากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ รวมถึงติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการเพาะปลูกพืชและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น หากประชาชนหรือหน่วยงานใดต้องการความช่วยเหลือสามารถประสานไปยังโครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วนกรมชลประทาน 1460 ได้ตลอดเวลา

กรมชลประทาน ข่าว