ระวัง! ราสนิมในหม่อน

516

กรมหม่อนไหมเตือนภัย! โรคราสนิมในหม่อนระบาดหนักช่วงปลายฝนต้นหนาว

กรมหม่อนไหมเตือนภัยเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเฝ้าระวังโรคราสนิมในหม่อนในช่วงปลายฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว หากระบาดรุนแรงมากจะขาดแคลนใบหม่อนมาเลี้ยงไหม พร้อมแนะเกษตรกรให้ดูแลแปลงหม่อนอย่างใกล้ชิด หากระบาดแล้วต้องพ่นสารกำจัดเชื้อ และเผาทำลายกิ่งหม่อนที่มีเชื้อโรค ป้องกันการระบาดขึ้นมาอีก

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า ขณะนี้เป็นช่วงปลายฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว อากาศเย็นและมีความชื้นสูง เป็นช่วงที่มีศัตรูหม่อนที่สำคัญชนิดหนึ่ง คือ โรคราสนิมในหม่อน ซึ่งกำลังระบาดหนักเป็นวงกว้างในจังหวัดน่าน เชียงรายและพะเยา สร้างความเสียหายแก่แปลงหม่อนในพื้นที่ดังกล่าวเป็นอย่างมาก จึงได้สั่งการให้ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ น่าน ซึ่งรับผิดชอบการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในพื้นที่ดังกล่าว ลงพื้นที่ดูแลเกษตรกรอย่างใกล้ชิด พร้อมให้คำแนะนำแก่เกษตรกรอย่างถูกต้อง เพื่อลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น

ปัญหาโรคราสนิมในหม่อนเป็นปัญหาสำคัญของเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในภาคเหนือ รวมถึงภาคอื่น ๆ พบมากในช่วงปลายฤดูฝนเข้าสู่ต้นฤดูหนาว ซึ่งมีความชื้นสูง โดยสปอร์ของเชื้อราจะแพร่กระจายไปกับฝนและลม ดังนั้น เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของใบหม่อนในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยใบหม่อนที่แสดงอาการของโรคนี้จะเห็นเป็นจุดเล็ก ๆ สีเหลือง หรือสีน้ำตาลปนแดง และบวมขึ้นเป็นตุ่มแผลใหญ่ขึ้น เมื่อเนื้อเยื่อใบหม่อนถูกทำลายและแตกออกจะเห็นสปอร์ของเชื้อรามีลักษณะเป็นผงสีน้ำตาลปนแดงคล้ายสนิมอยู่บนตุ่มแผล กระจัดกระจายทั่วไปด้านใต้ใบ หากระบาดรุนแรงจะทำให้ใบหม่อนมีสีเหลืองทั้งใบและแห้งเป็นสีน้ำตาลและร่วงหล่น โดยความรุนแรงของโรคนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น พันธุ์หม่อน และการบริหารจัดการแปลงหม่อน ซึ่งใบหม่อนที่แสดงอาการรุนแรงจะมีคุณภาพต่ำไม่เหมาะสมที่จะนำไปเลี้ยงไหม ต้องตัดกิ่งและใบหม่อนที่เป็นโรคทิ้ง ส่งผลให้ขาดแคลนใบหม่อนที่เป็นอาหารของไหม

สำหรับการป้องกันและกำจัดโรคราสนิมหม่อนนั้น ควรใช้วิธีผสมผสานในการบริหารจัดการแปลงหม่อน ตั้งแต่การเลือกปลูกหม่อนพันธุ์ที่ทนทานต่อโรคราสนิม เช่น พันธุ์สกลนคร หรือพันธุ์ศรีสะเกษ 84  ส่วนการปลูกควรลงปลูกหม่อนแบบแถวเดี่ยว เพิ่มระยะปลูกหม่อนให้มากขึ้น โดยระยะห่างระหว่างต้นหม่อน ต้องไม่น้อยกว่า 75 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างแถวไม่น้อยกว่า 2 เมตร ควรตัดแต่งกิ่งหม่อนให้โปร่ง และไม่ปล่อยให้ใบหม่อนมีอายุแก่เกิน 3 เดือน ในกรณีที่ปลูกหม่อนในพื้นที่ที่เคยเกิดโรคระบาดมาแล้ว ควรตัดแต่งกิ่งหม่อนก่อนช่วงที่เคยเกิดโรคระบาด หลังจากตัดแต่ง 25 – 30 วัน ควรพ่นสารไตรอะดิมิฟอล หรือกำมะถัน ซึ่งเป็นสารกำจัดเชื้อ จากนั้น ให้เว้นระยะการเก็บใบหม่อน ซึ่งระยะที่ปลอดภัยคือ 10 – 15 วัน จึงสามารถนำเก็บใบหม่อนไปเลี้ยงไหมได้ ส่วนกิ่งและใบหม่อนที่ตัดทิ้งแล้ว ควรนำไปเผาทำลาย โดยเฉพาะกิ่งที่มีเชื้อโรคราสนิมเข้าทำลาย ไม่ควรนำไปคลุมแปลงหม่อนอีก เพราะจะกลายเป็นแหล่งเพาะโรคให้ระบาดรุนแรงขึ้นมาอีก

เกษตรกรหม่อนไหมที่มีปัญหาเกี่ยวกับ โรคราสนิมในใบหม่อนหรือเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สามารถปรึกษาหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ และศูนย์หม่อนไหมฯ เครือข่าย ใกล้บ้าน

กรมหม่อนไหม ข่าว