ดันธุรกิจดินปุ๋ยชุมชน

303

กรมส่งเสริมการเกษตร ดันธุรกิจดินปุ๋ยชุมชน สร้างรายได้ ลดต้นทุนให้เกษตรกร

กรมส่งเสริมการเกษตร ผลักดันโครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน (One Stop Service)  นำร่อง 63
จังหวัด มุ่งสร้างรายได้หมุนเวียนให้เกิดในชุมชน หวังเกษตรกรเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน คาดลดใช้ปุ๋ยเคมีได้ถึง 1.8 หมื่นตัน

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ตามที่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้นด้วยการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีอย่างถูกต้อง และพัฒนาให้กลุ่มเกษตรกรทำธุรกิจให้บริการทางการเกษตร รวมถึงผลักดันการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาสู่เกษตรอัจฉริยะ ประกอบกับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  ส่งผลกระทบต่อการผลิตและระบายสินค้าเกษตรของเกษตรกรไทยซึ่งต้องอาศัยปุ๋ยเคมีในการเพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิต โดยปุ๋ยเคมีส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 98 ต้องนำเข้า และเกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีเกินความจำเป็น ทำให้ต้นพืชอ่อนแอศัตรูพืชเข้าทำลายได้ง่าย ต้องใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่อไร่สูง เป็นอันตรายกับเกษตรกร และปนเปื้อนในสภาพแวดล้อม จึงจำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองให้แก่เกษตรกรในการจัดหาปุ๋ยที่มีคุณภาพใช้ในชุมชนและช่วยเกษตรกรใช้ปุ๋ยให้ถูกต้องเหมาะสมกับดินและชนิดพืช ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีและได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง
อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน (One Stop Service) ภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ผ่าน ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ที่กรมส่งเสริมการเกษตรจัดตั้งขึ้น เป็นการช่วยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการวิเคราะห์ดินและการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ซึ่งเป็นการใช้ปุ๋ยอย่างถูกต้องในปริมาณที่เหมาะสมกับปริมาณธาตุอาหารที่มีอยู่ในดินและความต้องการของพืช เป็นการใช้ปุ๋ยแม่นยำเฉพาะพื้นที่ ไม่มากไม่น้อยเกินไป เกษตรกรจึงสามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมีลง และตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 พบว่า ราคาปุ๋ยเคมีในท้องตลาดปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากผลกระทบของสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้ประเทศผู้ผลิตปุ๋ยรายใหญ่ เช่น จีน สหรัฐอเมริกา ใช้ปุ๋ยเคมีในประเทศมากขึ้น จึงส่งออกน้อยลง ส่งผลกระทบทำให้ราคาปุ๋ยเคมีในท้องตลาดปรับตัวสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของเกษตรกรโดยตรง ซึ่งในสภาวการณ์เช่นนี้ โครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน (One Stop Service) จะช่วยเกษตรกรลดภาระต้นทุนปุ๋ยเคมีลงได้จากการใช้ปุ๋ยที่ถูกต้องตามค่าวิเคราะห์ดิน เบื้องต้นภาครัฐได้สนับสนุนชุดตรวจวิเคราะห์ดิน แม่ปุ๋ย N P K และเครื่องผสมปุ๋ย ให้แก่ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้บริการตรวจวิเคราะห์ดิน คำแนะนำการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยเบื้องต้น จัดหาปุ๋ยคุณภาพดีให้แก่สมาชิก ศดปช. กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ และเกษตรกรทั่วไป และบริการผสมปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน

สำหรับศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2558 ปัจจุบันมีจำนวน 882 ศูนย์ ครบทุกอำเภอ แต่ละศูนย์เกษตรกรจะช่วยกันบริหารจัดการกันเอง มีเจ้าหน้าที่คอยเป็นพี่เลี้ยง โดยให้บริการตรวจวิเคราะห์ดินด้วยชุดตรวจสอบ N P K และ pH ในดินแบบรวดเร็ว พร้อมให้คำแนะนำการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยเบื้องต้น รวมทั้งให้บริการผสมปุ๋ย จัดหาปุ๋ยคุณภาพดีแก่เกษตรกรในชุมชน โดยในปีที่ผ่านมาศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) สามารถลดต้นทุนปุ๋ยเคมีลงได้ร้อยละ 25 คิดเป็นมูลค่า 73 ล้านบาท ผลผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 ซึ่งโครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน (One Stop Service) มีศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ที่มีศักยภาพเข้าร่วมโครงการ จำนวน 394 ศูนย์ ใน 63 จังหวัด เพื่อให้เกษตรกรสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) และเกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ที่ปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ รวมจำนวนประมาณ 107,000 ราย ได้ใช้ปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ดินได้รับการบำรุงรักษา มีความรู้ในการจัดการดินและใช้ปุ๋ยที่ถูกต้อง รวมทั้งสามารถขยายผลไปสู่ ศดปช. อื่นๆ รวมทั้งแปลงใหญ่ที่ประสงค์เป็นเครือข่าย ศดปช. ซึ่งคาดว่าโครงการดังกล่าว จะทำให้เกษตรกรลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีได้เฉลี่ยร้อยละ 20 คิดเป็นมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาท ผลผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 10 และปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรกรเป้าหมายในพื้นที่ 1.6 ล้านไร่ ลดลงจากประมาณ 90,000 ตัน เหลือประมาณ 72,000 ตัน ปัจจุบันศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมเปิดให้บริการแล้ว จำนวน 50 จังหวัด และจะทยอยเปิดให้บริการจนครบในปีนี้

นายเข้มแข็ง กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน (One Stop Service) จะช่วยพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ รวมถึงเกษตรกรทั่วไปให้สามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีและได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ที่สำคัญกรมฯ จะพัฒนาต่อยอดให้ ศดปช. สามารถทำธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน มีรายได้หมุนเวียนจากการตรวจวิเคราะห์ดิน จำหน่ายปุ๋ย และบริการผสมปุ๋ย รวมทั้งสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นการลดการพึ่งพาการอุดหนุนจากภาครัฐได้ในอนาคต สำหรับเกษตรกรที่สนใจจะลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมี สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอ ใกล้บ้านท่าน และกองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร หมายเลขโทรศัพท์  0 2955 1515

กรมส่งเสริมการเกษตร ข่าว